Bkk & Local

'อนามัย-เทศกิจ'แจงร้านสักคิ้ว-ต่อขนตา เหตุยังไม่ผ่อนคลายกิจการ



กรุงเทพฯ-สำนักอนามัยและสำนักเทศกิจออกแจงเหตุยังไม่ผ่อนคลายกิจการร้านสักคิ้ว ร้านต่อขนตา

นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์  ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวกรณีผู้ประกอบการร้านสักคิ้วและร้านต่อขนตา ร้องเรียนขอความชัดเจนในการเปิดกิจการ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ร้านสักคิ้วและร้านต่อขนตายังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการ ตามประกาศ กทม. เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 41) เนื่องจากเป็นกิจการที่ไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐมีมาตรการผ่อนคลายเพิ่มขึ้น สำนักอนามัยจะนำขอชี้แนะดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาเปิดกิจการในครั้งต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกอบการติดตามนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการในข้อกำหนดของ ศบค. และประกาศ กทม. ฉบับที่ 41 ซึ่งได้ปรับมาตรการให้เปิดสถานที่และทำกิจกรรมบางอย่างได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตนตามแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention for COVID-19) ได้แก่ ออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ในทุกสถานที่ สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา ทั้งในและนอกบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คน ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือแจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ ไอจาม หรือสัมผัสวัตถุสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา จมูก ปากโดยไม่จำเป็น

นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. กล่าวว่า ในส่วนของสำนักเทศกิจได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่ชุดตรวจบูรณาการ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกสถานประกอบกิจกรรม หรือกิจการให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันได้เข้มงวดควบคุมไม่ให้มีการรวมกลุ่มจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการผู้รับบริการ รวมถึงประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด