IN NEWS

ผล Leaders’ Retreat ไทย-สิงคโปร์ร่วม วางแผนงานอาเซียนระยะยาวเชื่อม2ปธ.



กรุงเทพฯ-นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการประชุม Thailand–Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 5 ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ ว่า หนึ่งในผลสำคัญของการหารือครั้งนี้ คือการเห็นพ้องให้ไทยและสิงคโปร์ร่วมจัดทำวาระการทำงานระยะหลายปีสำหรับอาเซียน เพื่อสร้างความต่อเนื่องของนโยบายและผลักดันประเด็นสำคัญของภูมิภาคให้เดินหน้าต่อเนื่อง ก่อนที่สิงคโปร์จะรับตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2570 และไทยในปี 2571

รัฐบาลเห็นว่า การที่ทั้งสองประเทศจะรับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อเนื่องกันเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันวาระที่ต้องอาศัยการดำเนินงานมากกว่าหนึ่งปี โดยเฉพาะความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ตลอดจนการเชื่อมโยงทั้งทางกายภาพและดิจิทัล เพื่อให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง มีความยืดหยุ่น และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกได้ดีขึ้น

ด้านพลังงาน ไทยและสิงคโปร์จะร่วมผลักดันการเชื่อมโยงระบบพลังงานในภูมิภาค รวมถึง ASEAN Power Grid เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ขณะที่ด้านความมั่นคงทางอาหาร ทั้งสองฝ่ายจะต่อยอดจุดแข็งของไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตอาหารสำคัญ เชื่อมกับศักยภาพของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทย

สำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ทั้งสองประเทศเห็นโอกาสในการขยายความร่วมมือไปสู่การใช้งานจริงในภาคการผลิต สาธารณสุข และการท่องเที่ยว รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการใช้ AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ต่อยอดจากความร่วมมือ PromptPay–PayNow ที่มีอยู่แล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและสิงคโปร์ในช่วงต่อจากนี้จึงไม่จำกัดอยู่เพียงระดับทวิภาคี แต่จะเชื่อมโยงไปสู่การขับเคลื่อนอาเซียนในภาพรวม โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศ ร่วมกันผลักดันโครงการที่สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค

“นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยพร้อมทำงานร่วมกับสิงคโปร์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างสองวาระประธานอาเซียน และผลักดันอาเซียนที่เข้มแข็งและเป็นหนึ่งเดียวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งด้านพลังงาน อาหาร เทคโนโลยี การค้า และการเชื่อมโยง ซึ่งท้ายที่สุดต้องนำมาสู่โอกาสทางเศรษฐกิจและประโยชน์ที่ประชาชนในภูมิภาคได้รับร่วมกัน” นางสาวรัชดากล่าว