ECON & BIZ
'หัวเว่ย'พบ'พิพัฒน์'หารือระบบคมนาคม จับมือศึกษาAIแก้จุดอ่อนโลจิสติกส์ไทย
กรุงเทพฯ-“พิพัฒน์” เปิดรับเทคโนโลยีโลก ยกระดับคมนาคมไทย มอบ สนข. - กรมราง จับมือ Huawei ศึกษา AI แก้ Pain Point การเดินทาง - โลจิสติกส์
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดโอกาสให้นายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนหารือแนวทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทย เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเดินทางและขนส่ง และยกระดับการให้บริการประชาชน
โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) นายศัลยวิทย์ อภิชาตะพงศ์ รองวิศวกรใหญ่ด้านโครงการและพัฒนาระบบ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมผู้แทนกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมราชรถ 1 กระทรวงคมนาคม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศอยู่แล้ว สิ่งสำคัญในระยะต่อไปคือ การเปิดรับข้อเสนอและองค์ความรู้จากภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่กระทรวงคมนาคมใช้ในการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำมาประกอบการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สนข. และกรมการขนส่งทางราง ร่วมกับ Huawei และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทีมศึกษาความเป็นไปได้และกำหนดโครงการนำร่องในขอบเขตที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับ 2 โจทย์ที่สามารถเห็นผลต่อระบบการเดินทางและโลจิสติกส์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
โจทย์แรก คือ การเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากระบบรางสู่ท่าเรือ (Rail–Port) โดยศึกษาการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลช่วยบริหารการเคลื่อนย้ายสินค้าและตู้สินค้าให้สัมพันธ์กันระหว่างรถไฟกับท่าเรือ ลดระยะเวลารอ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์
โจทย์ที่สอง คือ การบริหารจัดการผู้โดยสารและสินค้า (Passenger & Cargo) ในระบบท่าอากาศยาน โดยศึกษาการประยุกต์ใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยบริหาร Passenger Flow ลดจุดติดขัดในกระบวนการให้บริการ รวมถึงบริหารรถและการรับ–ส่งสินค้าในพื้นที่ Cargo เพื่อลดเวลารอและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
แนวทางดังกล่าวต่อยอดจากการทดลองใช้เทคโนโลยีในบางภารกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบคมนาคม เช่น การใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและ AI สนับสนุนการบริหารการไหลของผู้โดยสารในสนามบิน และการศึกษาการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมการขนส่งทางรางมีข้อมูลอุบัติเหตุสำหรับใช้ประกอบการวิเคราะห์และวางมาตรการด้านความปลอดภัยอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้หารือถึงแนวคิดการพัฒนา Integrated Transport Command Center เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการคมนาคมทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ มีระบบควบคุมและฐานข้อมูลของตนเองอยู่แล้ว เป้าหมายในอนาคตคือทำให้ข้อมูลที่จำเป็นสามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจของกระทรวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วงเทศกาล หรือช่วงที่มีประชาชนเดินทางจำนวนมาก
สำหรับระบบราง มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบรถไฟในอนาคต หรือ Future Railway Mobile Communication System (FRMCS) ซึ่งรองรับการสื่อสารข้อมูล เสียง วิดีโอ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องแบบ Real-time รวมถึงแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G กับระบบคมนาคม โดยกระทรวงจะพิจารณาบนพื้นฐานของมาตรฐาน ความปลอดภัย ความเหมาะสมกับระบบเดิม และความคุ้มค่าของการลงทุนเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมและ Huawei อยู่ระหว่างเตรียมกรอบความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรด้าน ICT การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคคมนาคม การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและบูรณาการข้อมูล และการส่งเสริมนวัตกรรมและการวิจัย โดยรายละเอียดของโครงการที่จะดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือจะต้องมีการศึกษาร่วมกันในแต่ละด้านต่อไป
