MARKETING

heyteaเปิดตัวสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ เผยโฉม'heytea lab'แห่งแรกในอาเซียน



กรุงเทพฯ 25 กันยายน 2569 - heytea เปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ พร้อมนำ heytea lab รูปแบบร้านทดลองที่ครบครันที่สุดของแบรนด์มาสู่ไทยเป็นครั้งแรก นับเป็น heytea lab แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 3 นอกประเทศจีน ภายในร้านรวมทั้ง tea lab, bake lab และ gelato lab ไว้ในพื้นที่เดียวกัน พร้อมเปิดตัว “teaAir” หรือ “tea cloud” คอนเซ็ปต์ใหม่ของ heytea ที่เปิดตัวสู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรกจากกรุงเทพฯ

แม้จะมีฝนตกหนักทั่วกรุงเทพฯ ในวันเปิดร้านวันแรก แต่กระแสตอบรับจากผู้บริโภคยังคงคึกคัก โดยก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ มีลูกค้ากว่า 500 คนมารอต่อแถว แถวยาวกว่า 300 เมตร และใช้เวลารอสั่งซื้อนานกว่า 3 ชั่วโมง การเปิด heytea lab กรุงเทพฯ ต่อยอดความสำเร็จจากสาขาในนิวยอร์กและโตรอนโต พร้อมนำเสนอเมนูที่หลากหลายและประสบการณ์ของแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบแก่ผู้บริโภคชาวไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางตำแหน่งกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของ heytea สำหรับการขยายธุรกิจในระดับโลกและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

heytea lab เปิดตัวที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เจาะตลาดไลฟ์สไตล์ระดับโลก

การเลือกเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองไลฟ์สไตล์ระดับโลก โดยกรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับที่ 8 ในรายชื่อเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 ของ Time Out พร้อมฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีชีวิตชีวาและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กรุงเทพฯ มีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมอาหารและเทรนด์ต่าง ๆ ในภูมิภาค ขณะที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านราชประสงค์ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านการค้าปลีกที่สำคัญของกรุงเทพฯ และเป็นทำเลที่แบรนด์ระดับโลกเลือกใช้ในการเปิดตัวสู่ตลาดไทย

สำหรับการเปิดตัวในประเทศไทย heytea นำเสนอ heytea lab รูปแบบร้านทดลองที่ครบครันที่สุดของแบรนด์ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 และทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับสร้างแรงบันดาลใจและทดลองเมนูใหม่ รูปแบบการให้บริการ และประสบการณ์สำหรับลูกค้า โดยแต่ละสาขาสามารถปรับให้เข้ากับบริบทของตลาดนั้น ๆ ผ่านแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและพฤติกรรมของผู้บริโภคในท้องถิ่น

หลังจากเปิดตัว heytea lab 2.0 ที่ Fengshengli นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคจนมีคิวรอในวันเปิดร้านนานถึง 7 ชั่วโมง และยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว heytea ได้นำรูปแบบร้านดังกล่าวมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก โดยสาขากรุงเทพฯ เป็น heytea lab แห่งแรกในภูมิภาคที่รวม tea lab, bake lab และ gelato lab ไว้ในพื้นที่เดียวกัน พร้อมเคาน์เตอร์แบบเปิดที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ชมการรังสรรค์เครื่องดื่มชา ขนมอบสดใหม่ และเจลาโตแบบทำสดได้อย่างใกล้ชิด

แทนที่จะใช้รูปแบบการออกแบบเดียวกันในทุกประเทศ ร้าน heytea lab กรุงเทพฯ เลือกนำเสนอแนวคิดที่สะท้อนเอกลักษณ์ของไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน การออกแบบถ่ายทอดบรรยากาศของการใช้ชีวิตริมน้ำ ทั้งการเคลื่อนไหว การพบปะ และช่วงเวลาของการหยุดพัก ผ่านพื้นที่ร้านในรูปแบบร่วมสมัย ด้านหน้าร้านที่หันสู่ลานเซ็นทรัลเวิลด์ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของเรือไม้แบบดั้งเดิม ขณะที่พื้นที่นั่งภายในถ่ายทอดเส้นสายโค้งมนของริมฝั่งน้ำผสานองค์ประกอบไม้ธรรมชาติเข้ากับวัสดุโลหะในดีไซน์ร่วมสมัย ทำให้เกิดบรรยากาศการดื่มชาที่สดใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อผสานเข้ากับรูปแบบ heytea lab และเคาน์เตอร์แบบเปิด ร้านแห่งนี้จึงสะท้อนแนวทางการปรับให้เข้ากับท้องถิ่นของ heytea ได้อย่างชัดเจน

นับตั้งแต่เริ่มขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศในปี 2018 heytea ได้เร่งการขยายตลาดระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 โดยเข้าสู่ตลาดสำคัญทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา ปัจจุบัน heytea มีร้านประมาณ 4,000 สาขาทั่วโลก รวมถึงมากกว่า 120 สาขานอกจีนแผ่นดินใหญ่ สะท้อนการเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขาในต่างประเทศเกือบ 6 เท่าในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

ภายใต้การขยายธุรกิจในระดับโลก heytea ได้นำรูปแบบ heytea lab ไปเปิดในทำเลสำคัญระดับนานาชาติ อาทิ Times Square ในนิวยอร์ก และ Toronto Eaton Centre ในโตรอนโต การเปิดตัวที่กรุงเทพฯ จึงเป็นการขยายเครือข่าย heytea lab สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ในภูมิภาค โดยเริ่มต้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ heytea มุ่งสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคไทย พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาค และเชื่อมโยงกับคนรักชาทั่วโลก

เปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ heytea รังสรรค์ “tea cloud” ที่ได้แรงบันดาลใจจากไทย

heytea lab กรุงเทพฯ นำเมนูและผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกของแบรนด์มาสู่ประเทศไทย พร้อมทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตัวรูปแบบเมนูใหม่สู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “teaAir” แนวคิด “tea cloud” ใหม่ที่ต่อยอดจากท็อปปิ้งเนื้อฟูนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของ heytea แต่เปลี่ยนจากการใช้ส่วนผสมอื่นเป็นฐานของเนื้อครีม มาเป็นการนำชาเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักของ cloud เป็นครั้งแรก ผ่านกระบวนการพัฒนาที่ผสานชาที่ชงสด มะพร้าว ไขมันจากนม และอากาศเข้าด้วยกัน จนได้เนื้อสัมผัสที่เบาและฟูนุ่มเป็นเอกลักษณ์

การเปิดตัว teaAir ครั้งแรกของโลกที่กรุงเทพฯ นำเสนอเมนูแรก “teaAir · Rock Oolong Jackfruit” ที่หยิบแรงบันดาลใจจากผลไม้เมืองร้อนของไทย โดยจับคู่ชา Rock Oolong เข้ากับขนุนสด มะละกอ และมะพร้าว ถ่ายทอดรสชาติที่คุ้นเคยในรูปแบบใหม่

แนวทางการนำเสนอรสชาติที่สะท้อนท้องถิ่นยังครอบคลุมไปถึงเมนูจากคอนเซ็ปต์อื่นภายในร้าน โดย bake lab นำเสนอ Thai Milk Tea Croissant Egg Tart ขณะที่ gelato lab นำเสนอ Lime Thai Milk Gelato ซึ่งนำรสชาติที่คุ้นเคยของไทยมาตีความใหม่ในรูปแบบขนมอบและของหวานแช่เย็น สำหรับ heytea การปรับให้เข้ากับท้องถิ่นไม่ได้หมายถึงเพียงการปรับสูตรเมนูระดับโลก แต่ยังรวมถึงการนำวัตถุดิบและองค์ประกอบจากวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมนูโดยตรง ทำให้กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงตลาดใหม่ของแบรนด์ แต่ยังเป็นแหล่งแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับการพัฒนาเมนูของ heytea ในอนาคต

ขณะเดียวกัน เมนูยอดนิยมจากต่างประเทศอย่าง Triple Matcha Latte ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 ศิลปินไทย Lisa ได้โพสต์คอนเทนต์เกี่ยวกับแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้เมนูมัทฉะของ heytea ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ และทำให้เกิดการจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วตั้งแต่สิงคโปร์ไปจนถึงฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ โดยเมนูดังกล่าวยังคงเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมในช่วงเปิดร้านที่กรุงเทพฯ สะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในสองทิศทาง เมื่อ heytea นำเมนูยอดนิยมจากตลาดต่างประเทศมาสู่ประเทศไทย ขณะเดียวกันเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทยก็มีโอกาสก้าวสู่ตลาดและผู้บริโภคทั่วโลก

จากเมนูชาใหม่สู่ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก heytea เดินหน้าสร้างสีสันให้วัฒนธรรมคนรุ่นใหม่

ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย heytea ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคไทยมาอย่างต่อเนื่องผ่านคอนเทนต์จากนักท่องเที่ยวและกระแสบนโซเชียลมีเดีย โดยนักท่องเที่ยวไทยจำนวนไม่น้อยแวะไปยังร้าน heytea ในเมืองต่าง ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ นิวยอร์ก และลอสแอนเจลิส พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ผ่านแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ อาทิ Pantip และ Readme.me ขณะที่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา การติดตั้งพื้นที่ปิดล้อมชั่วคราวที่มีโลโก้ heytea บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ ก็สร้างความสนใจและเกิดการพูดถึงบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

กระแสดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปรากฏการณ์บนโซเชียลมีเดีย แต่ยังสอดคล้องกับการขยายตัวของ heytea ในเมืองสำคัญทั่วโลก ทั้งนิวยอร์ก ลอนดอน สิงคโปร์ เมลเบิร์น และซิดนีย์ โดยแบรนด์นำเสนอรูปแบบร้านทดลองและการออกแบบที่สร้างประสบการณ์ เพื่อให้ “New-Style Tea” กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ทั้งพื้นที่พบปะและแหล่งช้อปปิ้ง ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับแบรนด์และบุคคลจากแวดวงแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรมป๊อป ยังช่วยนำเสนอชาในมุมมองใหม่ จากเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมสู่สัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา heytea เชื่อมโยงวัฒนธรรมการดื่มชาเข้ากับวัฒนธรรมป๊อประดับโลกผ่านความร่วมมือหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเปิดตัวเมนูร่วมกับ POP MART ไปจนถึงการร่วมงานด้านศิลปะกับ Yayoi Kusama, alexanderwang และ WICKED ขณะที่ในนิวยอร์ก แบรนด์ยังร่วมงานกับพันธมิตรด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ อาทิ สนับสนุนงาน YCC Party ของ Guggenheim Museum และร่วมมือกับองค์กรและแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง Central Park Conservancy และ Levain Bakery

การเปิดตัว heytea lab กรุงเทพฯ จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของแนวทางดังกล่าว ด้วยการผสานนวัตกรรมด้านเมนู การออกแบบร้านที่หยิบยกแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น และการออกแบบพื้นที่ค้าปลีกที่มีเอกลักษณ์ heytea เดินหน้าทำให้วัฒนธรรมการดื่มชารูปแบบใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก