ECON & BIZ

ภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือนสิงหาคม69 'ส่งออกพุ่ง-ลงทุนเอกชนดี'ดันขยายตัวได้



กรุงเทพฯ-“สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัญญาณดีขึ้น อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวต่างชาติยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจไทย”

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนสิงหาคม 2569 ว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัญญาณดีขึ้น อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวต่างชาติยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจไทย” โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

1. เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน
มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 37.4 และ 20.3 ตามลำดับ และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 6.6 และ 3.9 ตามลำดับ สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 14.0 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 53.2 จากระดับ 51.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐและความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ผ่อนคลายลง

2. เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน
มีสัญญาณดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 33.1 ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 0.7 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 1.7 สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนสิงหาคม 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -1.5 และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -2.7

3. มูลค่าการส่งออกสินค้า
ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 24.3 และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ร้อยละ 19.5 ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ โดยขยายตัวร้อยละ 151.2, 42.1 และ 40.9 ตามลำดับ นอกจากนี้ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยงขยายตัวร้อยละ 24.0, 23.2, 18.8 และ 17.5 ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องดื่มปรับตัวลดลง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดทวีปออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอาเซียน (5) โดยขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 81.0, 48.7, 19.6 และ 19.3 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ตลาดอินเดียและตะวันออกกลาง ลดลงร้อยละ -11.8 และ -7.8 ตามลำดับ

4. เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน
โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคม 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 22.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 1.7 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -2.6 ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม ในเดือนสิงหาคม 2569 มีจำนวน 2.52 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -2.6 และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -1.2 ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 2.1 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 2.6 ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตมันสำปะหลัง ข้าวโพดลดลงจากเดือนก่อน สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 4.4 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.1 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 89.7 จากระดับ 90.0 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 53.8 จากระดับ 54.2 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งค่าดัชนีอยู่เหนือระดับ 50.0 สะท้อนว่าการผลิตอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะขยายตัว

5. เสถียรภาพเศรษฐกิจ
ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 2.53 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 1.44 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 67.5 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 283.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ