THAILAND
ฟังเสียงคนเขื่อนลำปาววอนรัฐเคาะราคา 100บาท/กก.รับซื้อปลาหมอคางดำ
กาฬสินธุ์-ศึกกู้เขื่อนลำปาว! ปลาหมอคางดำจ่อบุก ชาวประมงลำปาวส่งสัญญาณเตือนถึงรัฐบาล ปลาหมอคางดำพบแล้วหลายจุด ขณะที่มาตรการ "เจอ แจ้ง จับ จบ" อาจช่วยได้เพียงชั่วคราว เสนอตั้งราคารับซื้อกิโลกรัมละ 100 บาท พร้อมหนุนงบอุปกรณ์จับปลา หวังสกัดการระบาดก่อนสายเกินแก้ ด้าน 2 มหาวิทยาลัยลงพื้นที่ติดตั้ง C-site เฝ้าระวังแหล่งอาหารของชาวอีสาน
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณท้ายเขื่อนลำปาว บ้านทับปลา หมู่ 7 ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำนักศึกษาจัดเวที "เฝ้าระวังปลาหมอคางดำระบาดเขื่อนลำปาว ขุมทรัพย์คนอีสาน" ท่ามกลางความกังวลว่าปลาต่างถิ่นชนิดนี้อาจแพร่ทั่วเขื่อนผู้ร่วมงานประกอบด้วย นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นายมลากูล ฉายแสง นักวิชาการประมงชำนาญการ นางสาวกฤษณา อิงเอนุ เจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน ประมงอำเภอสหัสขันธ์ ผู้รับผิดชอบ อ.สหัสขันธ์ อ.หนองกุงศรี และ อ.คำม่วง นางสาววลัยลักษณ์ ชมโนนสูง เจ้าหน้าที่พัฒนาเครือข่ายชำนาญการ สำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ นายธีรนันท์ ขันตี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และนางบังอร แดงรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านทับปลา พร้อมคณาจารย์ นักศึกษา และประมงอาสาจำนวนมาก การจัดเวทีระบุว่าจุดแพร่ระบาดอยู่ฝั่งตรงข้าม

นายธีรนันท์ ขันตี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ระบุว่า เวทีนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน โดยเฉพาะชาวประมงที่หาปลาเพื่อบริโภคและจำหน่าย บ้านทับปลาเป็นชุมชนเข้มแข็งด้านความมั่นคงทางอาหาร มีผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูปหลากหลาย ทั้งปลาส้ม ปลาร้า ปลาแดดเดียว และปลาแห้ง สร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน ปัจจุบันพบปลาหมอคางดำระบาดในเขื่อนลำปาวเป็นจำนวนมากที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านทับปลา โดยมีอ่างเก็บน้ำลำปาวคั่นกลาง แม้ยังไม่มีรายงานพบที่บ้านทับปลา แต่มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเลือกเดินเกมเชิงรุก ทั้งให้ความรู้ สำรวจประชากรปลาธรรมชาติ และสอนติดตั้งและใช้งาน C-site เพื่อรายงานสถานการณ์ปลาหมอคางดำ ควบคู่กับการแจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชันของกรมประมง
ด้านนายมานพ แดงรัตน์ ชาวประมงบ้านทับปลา หมู่ 7 เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีรายงานพบปลาหมอคางดำที่บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี บ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ และจุดใหญ่ที่สุดคือบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ส่วนบ้านทับปลายังไม่มีชาวประมงจับได้ อย่างไรก็ตาม นายมานพมองว่ามาตรการ "เจอ แจ้ง จับ จบ" ของทางการจะได้ผลในระดับหนึ่งและเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะเขื่อนลำปาวมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล และชาวประมงบางรายอาจเจอแล้วไม่แจ้ง เนื่องจากต้องหาปลาเพื่อบริโภคและขายเลี้ยงชีพ
“ขณะนี้ที่บ้านทับปลายังไม่พบ เพราะชายฝั่งลึกไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยของปลาหมอคางดำ แต่หากปล่อยให้ขยายพันธุ์และปรับตัวเพื่อความอยู่รอด คาดว่าจะกระจายไปทั่วเขื่อนลำปาว หากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการเด็ดขาดและชัดเจนกว่านี้ ความเห็นส่วนตัว ผมอยากเสนอให้รัฐบาลเร่งรัดมาตรการที่เคร่งครัด เฉียบขาด และชัดเจน โดยสนับสนุนงบประมาณจัดการปลาหมอคางดำให้เบ็ดเสร็จ ทั้งงบจัดซื้ออุปกรณ์จับปลาที่มีประสิทธิภาพ และรับซื้อปลาหมอคางดำในราคาสูงกว่าปลาธรรมชาติทั่วไป เช่น กิโลกรัมละ 100 บาท จะเป็นแรงจูงใจให้ชาวประมงออกจับกันมากขึ้น" นายมานพกล่าว

