SUSTAINABILITY
รู้ไหม?'ของใช้ในบ้าน'ก่อก๊าซเรือนกระจก กว่า60% เช็กด่วน!ฉลากแบบไหนช่วยโลกได้จริง!
เลือกอย่างไรให้รอดในยุคโลกรวน
ในยุคโลกรวน การเลือกซื้อของในแต่ละวันไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะสินค้าทุกชิ้นมีก๊าซเรือนกระจกแฝงอยู่ตั้งแต่การผลิต ขนส่ง ใช้งาน จนถึงทิ้ง และฉลากสิ่งแวดล้อมที่ “พิสูจน์ได้จริง” คือเข็มทิศที่ช่วยให้เราเลือกได้ถูกในไม่กี่วินาที
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569 คือวันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (World Ecolabel Day) จัดโดยเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (GEN) ซึ่งมีสมาชิก 36 องค์กรจากเกือบ 60 ประเทศ ธีมปีนี้คือ “ฉลากสิ่งแวดล้อมเพื่อการค้าที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล”สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ได้เล็งเห็นความสำคัญในการสื่อสารให้คนไทยปรับ เปลี่ยน พฤติกรรมเรื่องสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันงานฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม หนึ่งในภารกิจของTEI ก็มุ่งสร้างความตระหนักรู้และการปรับ เปลี่ยน ผู้ผลิตและผู้บริโภคให้มุ่งผลิตและบริโภคสินค้าอย่างยั่งยืนตาม SDG 12
สินค้าในชีวิตประจำวันปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากแค่ไหน
การซื้อของใช้ของครัวเรือนทั่วโลก ก่อก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 60% ของทั้งโลก และราว 4 ใน 5 เกิดตั้งแต่ตอนผลิต ก่อนสินค้าจะถึงมือเรา โดยคนไทย 1 คน ปล่อยเฉลี่ย 3.15 ตันต่อปี (กรณีศึกษานนทบุรี) มากที่สุดคือ อาหารร้อยละ 23 ตามด้วยกิจกรรมยามว่างร้อยละ 19 การเดินทางร้อยละ 18และข้าวของเครื่องใช้ร้อยละ 17
ซึ่งสาเหตุที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาเพราะสินค้าทุกชิ้นมีชีวิต 5 ช่วง คือ วัตถุดิบ ผลิต ขนส่ง ใช้งาน ทิ้ง (ทำลาย) ตามลำลับ ที่สำคัญทุกช่วงใช้พลังงาน น้ำ และก่อให้เกิดขยะ สินค้าที่ดูธรรมดาที่สุดในบ้านจึงอาจมี “รอยเท้าคาร์บอน” สูงกว่าที่เราคิด
.jpg)
ฉลากสิ่งแวดล้อมช่วยอย่างไร
ฉลากสิ่งแวดล้อมทำให้ “คาร์บอนที่มองไม่เห็น” ในห่วงโซ่การผลิต กลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเห็นและเปรียบเทียบได้ที่ชั้นวางสินค้า และกันเราจากคำโฆษณา “กรีน” ที่ไม่มีหลักฐาน ซึ่งผลศึกษาของคณะกรรมาธิการยุโรป (2020) พบว่าร้อยละ 53 ของข้อความกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมคลุมเครือ ชี้นำผิด หรือไม่มีมูล ร้อยละ40 ไม่มีหลักฐานรองรับ และราวครึ่งหนึ่งของฉลากสีเขียวตรวจสอบอ่อนแอหรือไม่ตรวจสอบเลย ฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 1 (ISO 14024) ต่างออกไปเพราะตรวจสอบโดยบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ ใช้เกณฑ์ที่เปิดเผย และพิจารณาตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงการทำลาย
ฉลากที่คนไทยหาได้บนชั้นวางสินค้า
ฉลากสิ่งแวดล้อมแต่ละประเภทบอกคุณสมบัติที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น ฉลากเขียวที่ทางTEI เป็นผู้รับรอง เหมาะกับของใช้ในบ้านและสำนักงาน เช่น กระดาษ สี น้ำยาทำความสะอาด ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์จาก (อบก.) ที่เทียบสินค้าประเภทเดียวกันที่ต่างแบรนด์ หรือที่คุ้นเคยจากฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ให้ความคุ้มค่าพลังงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น แอร์ ตู้เย็น หลอดไฟ และฉลากสากลประเภทที่ 1 สินค้านำเข้าและซื้อออนไลน์ข้ามพรมแดน
พลังของการซื้อที่เห็นผลจริง ปี 2569 หน่วยงานภาครัฐที่รายงานผลจัดซื้อสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ร้อยละ42.872 ของมูลค่าการจัดซื้อทั้งหมด (เกินเป้าร้อยละ 30) ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 12,571.503 ตัน CO₂e - เท่ากับคาร์บอนฟุตพรินต์ทั้งปีของคนนนทบุรีราว 4,000 คน หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับตะกร้าของครัวเรือน
%20(1).jpg)
เปลี่ยนการซื้อเพียงเล็กน้อย ช่วยได้แค่ไหน
คนเมืองไทย (กรณีนนทบุรี) ต้องลดราว 650 kg CO₂e ต่อคนต่อปี (จาก 3.15 เหลือ 2.5 ตัน) ภายในปี 2573 และการสลับสินค้าเพียง 3 อย่างในตารางด้านล่างก็ลดได้ราว 536 kg หรือเกือบร้อยละ 80 ของเป้า TEI จึงขอยกตัวอย่างการสลับเล็ก ๆ ที่ทำได้ทันที (คำนวณจากค่าเฉลี่ยโลกของ Poore & Nemecek ค่าจริงของแต่ละแหล่งผลิตแตกต่างกันได้)
ทำไมการเปลี่ยนเล็ก ๆ ถึงมีพลัง เพราะทำซ้ำทุกสัปดาห์และคูณด้วยจำนวนคน งานวิจัยของ IGES พบว่า หากคนนนทบุรีร้อยละ 41หันมาใช้ทางเลือกคาร์บอนต่ำที่ศึกษา ก็บรรลุเป้าปี 2573 ได้จากพฤติกรรมครัวเรือนอย่างเดียว เจ็ด
ทางเลือกอันดับต้นรวมกันลดได้ราว 498 kg ต่อคนต่อปี หรือประมาณร้อยละ 16 ของคาร์บอนฟุตพรินต์ทั้งหมด (บางข้ออาจทับซ้อนกัน จึงเป็นค่าประมาณ)
.jpg)
เริ่มได้ทันที: เช็กลิสต์ก่อนหยิบสินค้าใส่ตะกร้า
GEN ชวนทุกคนร่วมได้ใน 4 ขั้นตอน คือ เลือกซื้อสินค้าที่มีฉลาก บอกต่อ สนับสนุนแบรนด์ยั่งยืนในท้องถิ่น และเรียนรู้ความหมายของฉลาก รวมทั้งสามารถเช็กลิสต์นี้แปลงเป็นสิ่งที่ทำได้ที่ชั้นวางสินค้า เช่น ถามตัวเองก่อนว่าจำเป็นต้องซื้อไหม - สินค้าที่ไม่ซื้อคือสินค้าที่ไม่ปล่อยก๊าซเลย มองหาฉลากเขียวหรือฉลากประเภทที่ 1 แทนคำว่า “รักษ์โลก” หรือ “ธรรมชาติ” ที่ไม่มีผู้รับรอง เครื่องใช้ไฟฟ้าเลือกฉลากเบอร์ 5 จำนวนดาวสูงสุดที่หาได้ เป็นต้น
เรียบเรียงโดย : จีรนันท์ ขวัญทอง ผู้ช่วยนักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
