POLITICS

'รมว.รุทธพล'ร่วมพิธี111ปีกรมราชทัณฑ์ เดินหน้า7นโยบายสู่ก้าวใหม่การพัฒนา



กรุงเทพฯ-วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมราชทัณฑ์ ประจำปี 2569ครบรอบ 111 ปีพร้อมด้วยนางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรมพันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน ผู้บริหารส่วนกลางกรมฯ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมในพิธี โดยมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมราชทัณฑ์ 6 จุด พิธีพราหมณ์ เพื่อบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 และพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569ณ อาคารกรมราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี

กรมราชทัณฑ์ขับเคลื่อนภารกิจการดูแลผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ นโยบายหลัก 7 ประการ ของ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมพร้อมยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานในทุกมิติ เพื่อเข้าสู่ปีที่ 111 อย่างภาคภูมิใจโดยมุ่งขับเคลื่อนภารกิจด้านการควบคุม การแก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัย สามารถกลับคืนสู่สังคมและประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างมีคุณภาพ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ได้เดินหน้าพัฒนาและยกระดับงานราชทัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งขับเคลื่อนการดำเนินงาน 5 ด้านสำคัญประกอบด้วย

ด้านการขับเคลื่อนโครงการพระราชทานกรมราชทัณฑ์น้อมนำโครงการพระราชทานและแนวพระราชดำริมาขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังอย่างเป็นองค์รวม อาทิ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โครงการโคกหนองนา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์, โครงการห้องสมุดพร้อมปัญญา, โครงการ TO BE NUMBER ONE เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ก้าวพลาดก่อนกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

ด้านการพัฒนาพฤตินิสัยและการฝึกทักษะอาชีพกรมราชทัณฑ์มุ่งพัฒนาทักษะเพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ ทั้งงานช่างฝีมือ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และทักษะด้านเทคโนโลยี อาทิ การผลิตสื่อออนไลน์
การเรียนรู้ระบบไลฟ์สตรีมมิ่ง พร้อมขยายโครงการ “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” และบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างโอกาสด้านอาชีพและการมีงานทำหลังพ้นโทษ

ด้านทัณฑปฏิบัติยกระดับการบริหารจัดการด้วยระบบดิจิทัล ผ่าน National Digital Prisoner Management System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลแบบ Real Time เสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และสนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วกว่า 34 หน่วยงาน

ด้านการยกระดับงานราชทัณฑ์มุ่งยกระดับงานราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิดการบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการผู้ต้องขัง ควบคู่ไปกับการยกระดับศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้พร้อมรับมือภารกิจและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และเป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล

ด้านการควบคุมกรมราชทัณฑ์มีทิศทางในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการบริหารงานราชทัณฑ์ในอนาคต โดยมุ่งให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและรักษาความปลอดภัย ยกระดับการดูแลผู้ต้องขังตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาพฤตินิสัยและการเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม

โดยในวันนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังได้จัดพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ทำคุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์ให้แก่กรมราชทัณฑ์ รวมถึงรางวัลเพื่อสร้างกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569ซึ่งประกอบไปด้วย รางวัลเข็มเชิดชูเกียรติพระยมทองคำ รางวัลเข็มเชิดชูเกียรติพะทำมะรง “ทอง” และเข็มพะทำมะรง “เงิน” รางวัลเชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์”รางวัลผู้คุมดีเด่น 2569รางวัลการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเรือนจำ/ทัณฑสถานรางวัลการประกวดนวัตกรรมการพัฒนางานราชทัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569รางวัลหน่วยงานที่มีผลการประเมินมาตรฐานสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตสำหรับผู้ต้องขัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ระดับยอดเยี่ยมและรางวัลศูนย์ราชทัณฑ์ช่วยเหลือสังคมประจำเขต

กรมราชทัณฑ์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรในทุกมิติ ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยเทคโนโลยี ยกระดับการบริหารงานราชทัณฑ์ให้ทันสมัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนภารกิจด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ในโอกาสครบรอบ111 ปี กรมราชทัณฑ์ ภายใต้แนวคิด“ก้าวแห่งความภาคภูมิใจ สู่ก้าวใหม่แห่งการพัฒนา” มุ่งเดินหน้าสู่อนาคต พร้อมยกระดับงานราชทัณฑ์ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพต่อไป