LEARNING

วว. ขับเคลื่อน'วิทย์ฯนวัตกรรมเพื่อชุมชน กำแพงเพชรยกระดับเศรษฐกิจฐานราก



กรุงเทพฯ-กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำโดย ศ.ดร.ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมผลักดันองค์ความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมสู่พื้นที่จริงมุ่งแก้ปัญหาด้านการเกษตร ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรและพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืน ในวันที่11 ตุลาคม 2569 ณ อาคารหอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

“...ภาคการเกษตรคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ปัจจุบันเกษตรกรยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งด้านต้นทุนการผลิตที่สูงจากราคาปัจจัยการผลิตปัญหาโรคพืช เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลัง รวมถึงข้อจำกัดด้านการแปรรูปและการเข้าถึงตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวง อว.จึงมุ่งเน้นเปลี่ยนนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่ โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.)เข้าไปแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและตอบโจทย์เกษตรกรอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม...” ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวตอนหนี่งในการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อชุมชน" เนื่องในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือสำคัญระหว่าง วว. และภาคีเครือข่าย จำนวน 2 ฉบับได้แก่ 1.ความร่วมมือกับองค์การสุราเพื่อการผลิตเอทานอล และ 2.ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่อย่างถาวรและยั่งยืน

นวัตกรรมที่ดีต้องสร้างคุณค่าทั้งแก่คน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน กระทรวง อว. และ วว.จะเดินหน้าใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนชุมชนให้เข้มแข็ง มีรายได้ที่ยั่งยืน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป..ศ.ดร.ยศชนันฯ กล่าวสรุป

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ในการลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรในครั้งนี้ วว. โดย ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา
พร้อมคณะนักวิจัยและบุคลากร วว. นำเสนอผลงาน “7 นวัตกรรมเกษตรและแปรรูปเด่น” ที่สร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ โดยมีศักยภาพในการแก้โจทย์อย่างตรงจุด ดังนี้

1) ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด (สำหรับอ้อยและมันสำปะหลัง) มีประสิทธิภาพบำรุงพืชได้แม่นยำตามสภาพดิน ฟื้นฟูดินและลดต้นทุนลงได้สูงสุดถึง 60% 2) การผลิตกล้วยต้นเตี้ย
ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยลดความเสียหายของลำต้นและผลผลิตจากสภาพอากาศแปรปรวน ช่วยให้ได้ผลผลิตสม่ำเสมอ และเพิ่มรายได้ 20-30% 3.) ต้นกล้ามันสำปะหลังปลอดโรค
ที่ใช้เทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อผลิตต้นกล้าปลอดเชื้อไวรัส ช่วยลดการใช้สารเคมีและเพิ่มผลผลิตได้ 80-100% 4) เตาชีวมวล เทคโนโลยีแปรรูปอาหารที่ช่วยลดระยะเวลาในการกวน
และประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ถึง 37.43% 5) เครื่องหั่นกล้วยสไลด์ ยกระดับประสิทธิภาพการแปรรูปเพิ่มขึ้นกว่า 50% และลดการใช้แรงงานลงถึง 60% 6) การผลิตสุราท้องถิ่น
เทคโนโลยีแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ช่วยยกระดับราคาพืชผลและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน และ 7) โรงงานต้นแบบผลิตแอลกอฮอล์ไร้น้ำ
มีกำลังผลิตเอทานอลไร้น้ำความบริสุทธิ์ 99.5% จากมันสำปะหลัง ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตลง 40% ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศตามแนวทาง BCG
การลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรของกระทรวง อว. โดย วว. ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 7 นวัตกรรมเด่นด้านการเกษตร การแปรรูป และพลังงานสะอาด ที่ช่วยแก้ปัญหาต้นทุนสูง โรคพืช และเพิ่มมูลค่าผลผลิต
พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน

สอบถามรายละเอียดและรับบริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้ที่ call center โทร. 0 2577
9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”