SUSTAINABILITY

คมนาคมสั่งเดินหน้าGreen Transport เน้นการเดินทางเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม



ท่ามกลางความท้าทายจากมลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 ภาวะโลกร้อน และความผันผวนของราคาพลังงาน การพัฒนาระบบคมนาคมที่ยังยืนจึงไม่ใช่เพียงทำให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็ว แต่ต้องช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กัน เพื่อแก้ปัญหามลพิษ รับมือกับสภาวะโลกร้อน และบริหารจัดการพลังงานจากภาคคมนาคมขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงคมนาคม เดินหน้าขับเคลื่อน “Green Transport” ลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจก ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิง ส่งเสริมพลังงานสะอาด พร้อมนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมายกระดับการเดินทาง เพื่อพาประเทศไทยสู่เป้าหมาย “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)” และสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ยกระดับขนส่งสาธารณะ ให้เป็นทางเลือกของทุกการเดินทาง

ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก เข้าถึงง่าย และเชื่อมต่อกันมากขึ้น พร้อมผลักดัน “ระบบตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสารร่วม” โดยเตรียมความพร้อมมาตรการค่าโดยสารร่วมสำหรับรถไฟฟ้าสายทางที่เข้าร่วมระบบ ให้พร้อมใช้บริการได้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทาง ลดการเก็บค่าโดยสารแลกเข้าที่ซ้ำเมื่อเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสาย และวางเป้าหมายเชื่อมต่อ รถ–ราง–เรือ ในอนาคต เป็นการสนับสนุนให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น พร้อมช่วยลดปัญหาจราจรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เชื่อมต่อทุกการเดินทาง สะดวกขึ้น ใช้เวลาน้อยลง

เชื่อมโยงระบบขนส่งหลักกับระบบขนส่งมวลชนรอง หรือ “Feeder” พร้อมพัฒนาการเดินทางตั้งแต่ที่อยู่อาศัยถึงสถานีและจากสถานีถึงจุดหมายปลายทาง ให้การเข้าถึงและเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น ลดเวลาเดินทาง บรรเทาการจราจร และทำให้ขนส่งสาธารณะตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม

เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดมลพิษจากการเดินทาง

เดินหน้าลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมอบนโยบาย “ขนส่งสีเขียว” ให้ ขสมก. เตรียมความพร้อมโครงการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า EV ทดแทนรถโดยสารเดิม พร้อมพัฒนาพื้นที่อู่ 9 แห่ง รองรับการให้บริการรถโดยสาร EV โดยจะมีกำหนดรับมอบรถโดยสารไฟฟ้า (EV) ล็อตแรกจำนวน 500 คัน ภายในเดือนมีนาคม 2570 จากแผนการจัดหารถทั้งหมดจำนวน 1,520 คัน พร้อมทั้งดำเนินการวิเคราะห์และปรับปรุง เส้นทางเดินรถ ลดความทับซ้อนของเส้นทาง ขยายบริการสู่พื้นที่ชุมชนใหม่ เชื่อมต่อขนส่งหลัก และเพิ่มความถี่เที่ยววิ่งให้สามารถหมุนเวียนรถ พร้อมทั้งรองรับการเดินทางของประชาชนได้มากขึ้น ด้านการขนส่งทางอากาศ เดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานตามแนวทาง Green Airport และส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และร่วมขับเคลื่อนภาคคมนาคมสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ใช้เทคโนโลยี ขับเคลื่อนคมนาคมสีเขียว

Green Transport ไม่ได้มีเพียงเรื่องพลังงานสะอาด แต่ยังใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการใช้พลังงาน ตั้งแต่ Transport Data Center, Big Data และ AI เพื่อใช้ในการพัฒนาศูนย์ข้อมูลคมนาคมของประเทศ สนับสนุนการวิเคราะห์ วางแผน และบริหารจราจรแบบเรียลไทม์ รวมถึงระบบ RAILGHG สำหรับคำนวณก๊าซเรือนกระจกและมลภาวะทางอากาศจากการขนส่งทางราง พร้อมฐานข้อมูลติดตามและประเมินผล เพื่อให้การลดก๊าซเรือนกระจกของภาคคมนาคมวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

Green Transport เพื่อการเดินทางที่ดีของทุกคน

จากการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ การเชื่อมต่อการเดินทาง การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทุกองค์ประกอบล้วนเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อน Green Transport เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการสร้างระบบคมนาคมที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่คือการทำให้ทุกการเดินทางสะดวกขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น พร้อมยกระดับคมนาคมไทยสู่ “Smart Mobility” ที่ตอบโจทย์การเดินทางในวิถีชีวิตปัจจุบัน และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาในระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างสมดุลและยั่งยืน