POLITICS
ชุด'ท็อปกัน'ก.อุตฯบุกรง.ขยะฯศรีมหาโพธิ สั่งปิด-ผูกมัดตราเครื่องจักรหลังฝ่าฝืน
ปราจีนบุรี-กระทรวงอุตสาหกรรม สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี บุกเข้าตรวจสอบ บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ พร้อมสั่งระงับกิจการและผูกมัดประทับตราเครื่องจักรทั้งหมด หลังพบพฤติการณ์ลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครองวัตถุอันตราย และฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรีว่า เพจสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีได้เผยแพร่ภาพและข้อมูลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” นำโดย พลเอก นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฯ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) เข้าตรวจสอบ บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี

การบุกเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า โรงงานดังกล่าวมีการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
จากการตรวจสอบประวัติการเข้าดำเนินการก่อนหน้านี้ สอจ.ปราจีนบุรี ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เคยเข้าตรวจสอบพื้นที่ของ บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด มาแล้วถึง 3 ครั้ง (วันที่ 8 กรกฎาคม, 20 กรกฎาคม และ 6 สิงหาคม 2569) พบว่าภายในบริเวณพื้นที่บริษัทมีการสร้างอาคารโรงงานมากถึง 8 หลัง แต่กลับได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) เพียงแค่ 1 หลังเท่านั้น (ทะเบียนโรงงานเลขที่ 10250004925615) ในประเภทกิจการนำอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มาถอดแยก บดย่อย และหลอมหล่อเพื่อนำโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่

ส่วนอาคารโรงงานที่เหลืออีก 7 หลัง พบว่าเป็นการตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายการขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 12 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 อีกทั้งยังพบการครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 23 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อายัดวัตถุพยาน เศษสายไฟ ปนเปื้อนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินคดี พร้อมออกคำสั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนไปแล้วก่อนหน้านี้
ทว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบล่าสุดของทีม “ท็อปกัน” กลับพบว่า บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ยังคงมีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครอง โดยพบการลักลอบนำชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเศษโลหะปนเปื้อนเข้ามาสะสมไว้ภายนอกอาคารโรงงาน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการชะล้าง รั่วไหล และปนเปื้อนสารเคมีอันตรายลงสู่แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพและทรัพย์สินของประชาชน

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อำนาจตามมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ดำเนินการผูกมัดประทับตราเครื่องจักรทั้งหมดในส่วนโรงงานที่ไม่มีใบอนุญาต เพื่อป้องกันไม่ให้สามารถเปิดเดินเครื่องจักรได้อีก พร้อมกันนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 39 ออกคำสั่งให้สั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด แม้กระทั่งในส่วนของโรงงานที่มีใบอนุญาตแล้วก็ตาม
ด้าน นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้เปิดเผยผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทีมงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและออกคำสั่งปิดโรงงาน รวมถึงการปิดประกาศคำสั่งหยุดประกอบกิจการบริเวณหน้าโรงงานร่วมกับหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน
นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากภายในโรงงานมีอาคารและเครื่องจักรเป็นจำนวนมาก ในวันนี้ (15 ตุลาคม) เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดจึงยังคงลงพื้นที่เพื่อดำเนินการผูกมัดประทับตราเครื่องจักรให้ครบถ้วนทุกจุด และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารทางกฎหมายทั้งหมด เพื่อนำไปแจ้งความดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุดที่ สถานีตำรวจภูธรระบอบไผ่ อำเภอศรีมหาโพธิ ต่อไป
เมื่อสอบถามถึงประเด็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นายอภิรักษ์ ชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์ที่ดินร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัด เนื่องจากบริษัทฯ ได้นำเอกสารสิทธิ์มาแสดงเพื่อยื่นขออนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งทางอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี (นายวีระพันธ์ ดีอ่อน) ได้เคยมีคำสั่งให้สำนักงานที่ดินตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวแล้ว หากพบว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ก็จะต้องดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์และดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ยังระบุด้วยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับให้มีการปูพรมตรวจสอบโรงงานกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ทั้งหมดอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดกฎหมายจะลงโทษขั้นสูงสุดโดยไม่มีการละเว้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการช่วยนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และลดข้อแคลงใจหรือข้อมูลบิดเบือนในสื่อสังคมออนไลน์
มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี
