ECON & BIZ

'พิพัฒน์'กางแผนพัฒนาคมนาคมภาคใต้ รางคู่ชุมพร-ปาดังฯยืนยันลงเข็มปี70นี้



สงขลา-“พิพัฒน์” บรรยายพิเศษเวทีวิศวกรรมโยธาทั่วประเทศ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์พัฒนาคมนาคมภาคใต้ เชื่อมองค์ความรู้ภาครัฐ–วิชาการ สร้างโอกาสเศรษฐกิจไทยในอนาคต

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ด้วยการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมสมัยใหม่” ในการประชุมใหญ่ของที่ประชุมหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา ภายใต้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี รศ. เอนก ศิริพานิชกร ตำแหน่งนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับ นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโนบายและแผนการขนส่งและจราจร หัวหน้าส่วนราชการคมนาคมในพื้นที่ พร้อม คณาจารย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา และผู้เข้าร่วมการประชุมจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ร่วมรับฟังการบรรยายณ ห้องประชุมศรีวิศว คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา

นายพิพัฒน์ ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมนำเสนอแผนงานและโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ภาควิชาการได้รับทราบทิศทางการพัฒนาประเทศ และนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมไปต่อยอดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในอนาคต

ในส่วนของภาคใต้ได้นำเสนอแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมสำคัญ ได้แก่

ด้านระบบราง การพัฒนารถไฟทางคู่ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2570 รวมถึงแนวทางพัฒนาทางรถไฟเชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวและขนส่งสินค้า ตลอดจนเชื่อมต่อโครงข่ายกับประเทศมาเลเซีย

ด้านโครงข่ายถนน การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M8 เชื่อมโยงจากนครปฐมสู่ภาคใต้ การเปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M82 ช่วงบางขุนเทียน–บ้านแพ้ว ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร และแผนพัฒนาถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรแล้ว ยังมีแนวคิดบูรณาการระบบระบายน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตเมือง รวมถึงโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเชื่อมจังหวัดสงขลา–พัทลุง และสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน

ด้านการขนส่งทางน้ำและทางอากาศ แนวทางพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน เพื่อเพิ่มโอกาสการค้าระหว่างประเทศและเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างสองฝั่งทะเล พร้อมแผนพัฒนาท่าเรือภูมิภาคเชื่อมโยงจังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต รวมถึงการศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานอันดามันแห่งใหม่ในจังหวัดพังงา เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมและพลังงานสะอาด โดยนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาต่อยอดเป็นพลังงานชีวภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุน และเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การบรรยายครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐกับภาคการศึกษา โดยนำทิศทางนโยบายและแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมาถ่ายทอดสู่คณาจารย์ นักวิชาการ และบุคลากรด้านวิศวกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตและพัฒนากำลังคน รวมถึงสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ