LEARNING

ผลศึกษาชี้ปลดล็อกผลิตสุราไม่ตอบโจทย์ จี้รัฐฯคำนึงต้นทุนสุขภาพและสังคม



กรุงเทพฯ-เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดงานเผยแพร่ผลการศึกษาผลกระทบของการผ่อนปรนกฎหมายสุราต่อการผูกขาดในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย และผลต่อการบริโภคสุราเถื่อน พบว่า แม้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น แต่ตลาดยังคงกระจุกตัวในกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ขณะที่จำนวนใบอนุญาตผลิตสุรามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับจำนวนคดีสุราเถื่อน

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า ภายหลังการผ่อนปรนเงื่อนไขให้ผู้ผลิตสุรารายย่อยเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น ผลการศึกษาพบว่า ดัชนีการกระจุกตัวของตลาดลดลงเล็กน้อยในปี 2566 ก่อนกลับเพิ่มขึ้นในปี 2567 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้ดูว่ารายได้จากการขายสุรากระจายไปยังผู้ผลิตหลายราย หรือกระจุกอยู่กับผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย สะท้อนให้เห็นว่า แม้รายย่อยจะเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น แต่ส่วนแบ่งรายได้ของกลุ่มรายใหญ่ยังไม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประเด็นสุราเถื่อน รศ.ดร.ชิดตะวันกล่าวว่า ผลการศึกษาพบจำนวนใบอนุญาตผลิตสุรามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับจำนวนคดีสุราเถื่อน สอดคล้องกับข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้บริโภค ซึ่งระบุว่า แม้ผู้ผลิตรายย่อยจะจดทะเบียนแล้ว แต่ยังมีการจำหน่ายสุราที่ไม่ถูกกฎหมายควบคู่ไปด้วย เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าสุราที่ติดอากรแสตมป์และใช้บรรจุภัณฑ์ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ผู้บริโภคในท้องถิ่นเข้าถึงได้ง่ายกว่า

ด้าน คุณสุวรรณกิตติ์ บุญแท้ จากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ให้ความเห็นว่า ข้อค้นพบดังกล่าวเป็นประเด็นที่รัฐบาลควรนำมาพิจารณาในการกำหนดนโยบาย โดยไม่ควรใช้ปัญหาการเข้าถึงตลาดของผู้ผลิตรายย่อยเป็นเหตุผลในการผ่อนคลายการควบคุมการตลาดและโฆษณา เพราะเมื่อเปิดให้ทำตลาดได้มากขึ้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งมีเงินทุนสูงกว่าอาจเป็นฝ่ายได้เปรียบ และทำให้เป้าหมายการส่งเสริมรายย่อยไม่บรรลุผล

คุณสุวรรณกิตติ์เสนอเพิ่มเติมว่า การพิจารณานโยบายสุราควรคำนึงถึงต้นทุนสุขภาพและสังคมควบคู่กับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนการยกระดับและแปรรูปสินค้าเกษตรให้หลากหลาย เพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรและชุมชน โดยไม่จำกัดแนวทางอยู่เพียงการนำผลผลิตมาผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาสุขภาพก่อนเกิดภาระการรักษาในระยะยาว