In Danger

หนุ่มบ้าจี้!ครูสั่งท้าทายให้เผาบ้านตัวเอง จุดไฟเผาพรึ๊บเดียววอดทันตาเห็น



ชัยภูมิ-มึนตึ๊บ!!ผู้ก่อเหตุอ้าง ถูกท้าทายและยุให้เผาบ้านตนเอง รับท้าทันทีวอดทันตา หนึ่งหลัง 

เมื่อเวลาประมาณ15.30น.ของวันนี้ ร้อยตำรวจเอกสมชาย ชนะหาญ ร้อยเวรสภ.บ้านค่าย ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ้านพัก เลขที่129 หมู่1 ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ในเขตเทศบาลบ้านค่าย เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบว่าไฟไหม้บ้านพักหลังดังกล่าว ในซอยเทศบาล2 เป็นบ้านสองชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จากเทศบาล ได้ช่วยกันฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง กันจ้าระหวั่น ใช้เวลาควบคุมเพลิงประมาณ 30นาที ไฟจึงได้สงบลง จากการตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าว พบว่าบริเวณชั้นสอง ถูกไฟเผาไหม้ทั้งหมด ส่วนชั้นล่างเสียหายมากว่า70เปอร์เซ็นต์ ขณะเกิดเหตุพบ นางสมคิด พรโสภิน อายุ59 ปี  รับว่าเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้ลงมือเผาบ้านด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัว มาสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.บ้านค่าย ขณะเดียวกันก็มีญาติๆเดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวน 

จากการสอบสวนนางสมคิด ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเผาบ้าน และทำเพียงคนเดียวโดยลำพัง ส่วนสาเหตุที่เผาบ้านนั้น เนื่องจากครูแดง เป็นคนสั่ง และท้าทายให้เผา บางวันก็ท้าทายให้ตนแก้ผ้า ตนอดทนต่อคำยั่วยุ และท้าทายไม่ไหว จึงตัดสินใจเผาบ้าน โดยการนำไฟแช็คและเทียนไข มาจุดไฟจากนั้น ก็เริ่มเผาที่นอน หมอน มุ้ง และเสื้อผ้า หลังจากจุดไฟเผา เสร็จเรียบร้อย ตนก็เดินลงมาชั้นล่างและทำการจุดไฟเผาตู้เสื้อผ้าอีกครั้งครั้ง จากนั้นก็ออกมายืนดูความสำเร็จในการเผาบ้านด้วยความสะใจ  

ด้านนางอณุภา เที่ยงเกตุ น้องสาวของนางสมคิด ออกมายืนยันว่า นางสมคิดเป็นพี่สาวแท้ๆของตน และอยู่ในความดูแลของตนมาโดยตลอด ในวันที่ก่อเหตุ ตนเดินทางเข้าไปทำธุระในเมืองชัยภูมิ ขณะกำลังติดต่อธุรกิจอยู่นั้น มีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่า พี่สาวตนเผาบ้านจึงรีบเดินทางกลับ แต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อเดินทางมาถึง บ้านทั้งหลังถูกไฟไหม้วอดไปทั้งหลัง  พี่สาวของตนป่วยทางจิตเวศมานาน ซึ่งตนได้พาไปพบแพทย์ ที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นประจำ แต่ครั้งนี้ตนคิดว่า พี่สาวคงไม่ทานยาตามที่หมอสั่ง จึงเกิดอาการหลอน โดยมีความรู้สึกว่า มีคนสั่ง มีคนท้าทาย ให้ทำโน่นทำนี้ ซึ่งตนจะเป็นคนดูแลอยูตลอดเวลา แต่วันนี้ตนมีธุรสำคัญจึงปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวโดยลำพัง และก่อเหตุในที่สุด 

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวน และทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ หากพิสูจน์ได้ว่านางสมคิดป่วยจิตเวศจริง ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการรักษา แต่ถ้าหากไม่ได้ป่วยตามที่ญาติอ้าง ก็จะต้องถูกดำเนินคดี ข้อหาวางเพลิงจนทำให้เสียทรัพย์ต่อไป