education & sports

ปราจีนบุรีเปิดเรียนสัปดาห์ที่2รถยังติดอีก ศธ.จังหวัดย้ำให้500โรงเรียนเข้มโควิด



ปราจีนบุรี--เปิดเรียนการจราจรติดขัดเนื่องจากย่านสถานศึกษาต้องใช้วันเวย์ ขณะ โควิด 19 ในโรงเรียนผู้ปกครองยังคงห่วง เฝ้าแอบมองลูกหลานผ่านกำแพง  ด้านศึกษาธิการ จ.ปราจีนบุรีขอให้ รร.ทั้งเกือบ500แห่ง เข้มงวดโควิด-19

เมื่อเวลา08.00น.วันนี้23พ.ค.65ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี   รายงาน  บรรยากาศในการเปิดเรียนใหม่แบบOnsite  สัปดาแรก  ในโรงเรียน  ทุกสังกัด รวมกว่า495แห่งพบตลอดถนนสายปราจีนอนุสรณ์  ต.หน้าเมือง  อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี  อันเป็นย่านที่ตั้งสถานศึกษา มีหลายแห่ง อาทิเช่น วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรีโรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง(ปรอ.)โรงเรียนปราจีนกัลยาณี(ปกณ.)โรงเรียนอนุบาลปราจีนบุรี โรงเรียนเทศบาล2(วัดหลวงปรีชากูล)  แม้จะเป็นการเปิดเรียนอาทิตย์แรก แต่ก็มีความวุ่นวายการจรหนาแน่นเนื่องจากกำหนดใช้เส้นทางวันเวย์ในช่วงหน้าโรงเรียนปกณ.ยาวตลอดถึงหน้าเรือนจำปราจีน  สะพานณรงค์ดำริ ที่ประชาชนหลายคนยังไม่คุ้นเคยย้อนสวนเข้ามา ตลอดรวมถึง รถรับ-ส่ง รถผู้ปกครองที่ต่างมุ่งมาถนนสายนี้  ส่งบุตรหลานมาโรงเรียน หรือ ผู้คนที่ผ่านไป-มา ที่ส่งผลให้ การจราจร หนาแน่น และปรับใช้ถนนบางช่วงเป็นวันเวย์   ในช่วงเช้าเนื่องจาก  เพิ่งเปิดเรียนได้แค่อาทิตย์แรกคนใช้ถนนยังไม่คุ้นเคย

ด้านกำแพงรอบอาคารอนุบาลโรงเรียนเทศบาล2(วัดหลวงปรีชากูล)  อ.เมืองปราจีนบุรี  พบผู้ปกครองนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ยังมาคอยเฝ้าส่องมองลูกๆทั้งตามกำแพงโรงเรียน  ข้างๆโรงเรียนสอบถาม  เนื่องจากเป็นห่วงลูก-หลาน  ในสถานการณ์โควิด-19นี้

นายไพศาล  ที่รักศึกษาธิการจ.ปราจีนบุรี  กล่าวว่า  "กระทรวงศึกษาธิการรัฐบาลมีนโยบายเปิดภาคเรียนได้ 100% มีมาตรการ 3T  1V  1T Thai state service Plus ประเมินผ่าน 42ข้อ  2T ไทยเซฟไทยประเมินประจำ อาทิตย์ละครั้ง  3T มีการตรวจ ATK เป็นประจำ1V  นักเรียนตั้งแต่5-15 ปีและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ซึ่งปัจจุบันนักเรียน  5-15ปีได้ทยอยเรื่องฉีดวัคซีนจนครบโดส   ตามเกณฑ์แล้วอีกมาตรการที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายเปิดคือ 6 มาตรการหลัก 6มาตรการเสริม 7มาตรการเข้ม6มาตรการหลักก็คือการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก คัดกรอง ลดความแออัด ทำความสะอาด6มาตรการเสริม  ก็คือดูแลตัวเอง ใช้ช้อนส่วนตัว ปรุงอาหารสุกปรุงใหม่ ลงทะเบียนเข้า-ออก  ตรวจสอบและกักกันตัวเอง

ส่วน7มาตรการเข้มคือการประเมินผ่านทางไทยสต๊อปโควิดพลัสผ่านระบบmove โควิดและทำย่อยในสถานศึกษา การจัดระบบจัดการสุขาภิบาลต่างๆ ระบบโภชนาการ  เรื่องของอนามัยและสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน  การทำแผนเผชิญเหตุของสถานศึกษา   มีการซักซ้อมมีการเตรียมความพร้อมทำสคูลไอโสเรชั่น  มีการควบคุมการเข้า-ออกจากบ้านไปโรงเรียนมีการคัดกรองตลอดระหว่างนักเรียนที่ไปบ้านและมาโรงเรียนเรื่องของสคูนแพส โรงเรียนจัดทำการเข้าออกการเดินทางของนักเรียนและบุคลกรทุกคน

ส่วนมาตรการการเปิดเรียนในภาคเรียน1  ปี65นี้    เรื่องการจัดการเปิดเรียนของโรงเรียนประจำ  ทางกระทรวงศึกษาเน้นให้ใช้มาตรการแซนบ็อกเซฟตี้โซนในโรงเรียนหรือมาตรการ3s 1สตรีมโซนจัดพื้นที่มีจุดคัดกรองให้เหมาะสม สำหรับนักเรียนไปพักนอน2วอรันตี้โซนจัดกิจกรรมเล็กๆไม่ให้จัดกิจกรรมใหญ่คือ  สมอบับเบิ้ลกิจกรรมใหญ่ก็ลดลง3เซฟตี้โซนจัดพื้นที่ปลอดเชื้อปลอดภัย

สำหรับโรงเรียนประจำกรณีที่มีครูหรือนักเรียนมีความเสี่ยงต่ำ   สามารถจัดการเรียนการสอนได้ปกติ  แต่ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า1เมตรในกรณีมีความเสี่ยงต่ำ

แต่ถ้ามีความเสี่ยงสูงให้จัดกิจกรรมได้ปฏิบัติงานได้แต่ต้องอยู่ในวอรันตี้โซนอยู่ในมาตรการแซนบ็อกเซฟตี้สคูลให้กักตัวเป็นเวลา5วันในระหว่างกักตัวก็มีการจัดการเรียนการสอนให้และติดตามและสังเกตอาการอีก5วัน  ส่วนเรื่องกรณีบุคลากรหรือครู   ติดเชื้อในโรงเรียนประจำให้แยกกักตัวที่โรงเรียนโรงเรียนจะมีสคูลไอโสเรชั่นปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณะสุข   มีการแจ้งหน่วยสาธารณะสุขในพื้นที่มาจัดการและรักษาสถานศึกษายังสามารถจัดมีการเรียนการสอนได้ปกติ  แต่เว้นระยะห่างเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า2เมตร

 เน้นระบายอากาศ  ห้องที่มีแอร์จะไม่เปิดแอร์และเปิดห้องให้โล่ง   งดกิจกรรมกลุ่ม  มีการสวมหน้ากากตลอดการจัดการเรียนกาาสอน และโรงเรียนต้องมีการทำความสะอาดทุกชั้นเรียนตามมาตรการของสาธารณสุขและโรงเรียนจะสามารถเปิดเรียนได้ตามปกติอันนี้คือของโรงเรียนพักนอนหรือนักเรียนที่อยู่ประจำ

สำหรับโรงเรียนที่ไปกลับคือโรงเรียนทั่วๆไป  ส่วนใหญ่จะไปกลับ  คือครูหรือบุคลกรที่มีความเสี่ยงต่ำก็จะเปิดออนไซต์ได้ปกติแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการไทยเซฟไทยและ  จัดเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า1 เมตร  

สำหรับครู  ที่มีความเสี่ยงสูง  ให้แจ้งหน่วยสาธารณะสุขในพื้นที่และตรวจคัดกรองหาเชื้อทันทีโดย5-6วันแรกให้ตรวจครั้งที่1และตรวจครั้งที่ 2 นับไปอีก5วัน  คือวันที่10 หากผู้ติดเชื้อได้รับวัคซีนครบแล้ว  ไม่มีอาการทางกระทรวงสาธารณะสุขก็ไม่แนะนำให้กักตัวตรวจatk ซ้ำ  ในวันที่5และแยกกักตัว  และสังเกตอาการคล้ายกับโรงเรียนประจำแต่ต้องเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า2เมตร  กรณีครูหรือนักเรียนติดเชื้อ  ต้องกักตัวที่บ้านเรียกว่าโฮมไอโคเรชั่น  และ  ประสานหน่วยรักษาให้จัดการรักษาต่อไปอันนี้เป็นคราวๆของมาตรการสาธารณะสุขโดยท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้แล้ว

ซึ่งในการเปิดเทอม  อยากฝากผู้บริหารทุกสังกัดเรื่องของการเปิดภาคเรียนก็อยากจะเน้นย้ำ6มาตรการหลัก 6มาตรการเสริม 7มาตรการเข้มของกระทรวงศึกษาธิการก็

สามารถเปิดภาคเรียนได้ตามปกติและสามารถลดการแพร่เชื้อในสถานศึกษาได้มากขึ้นและสามารถเปิดสถานศึกษาได้ปกติและขอให้กำลังใจคณะครูและผู้บริหารทุกสังกัดในจังหวัดปราจีนบุรีให้จัดการเรียนการสอนได้ราบรื่นและให้นักเรียนได้เรียนตามความต้องการของโรงเรียนและมีความสุขต่อไป ไพศาล กล่าว

ขณะที่หอประชุมองค์การบรืหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)อ.เมืองราจีนบุรี   ได้เปิดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19สำหรับเด็กและยาวชนอายุ5-11ปี ได้รับความสนใจพบผู้ปกครองตื่นตัวนำ  ลูก  หลานพามาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวนมาก

ด.ช. เตชินท์ ชมพูเชียง อายุ 11 ขวบมาจาก อ.เมืองปราจีนบุรี บอกฉีดแล้ว  ก็ยังกลัว covid -19อยู่ มากับ ด.ญ.สุนันทา  การเมี่ยง อายุ10ปี อยู่โรงเรียนเทศบาล2(วัดหลวงปรีชากูล )  บอก  เปิดเรียนก็กลัวโควิด-19  มากับคุณแม่ ด.ช.ธีรวัฒน์ อายุ 5 ขวบ ชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนอนุบาลเมืองปราจีนบุรี มาจาก ต.ท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี  เพิ่งไปเรียนได้1อาทิตย์แรก   บอกไม่กลัว covid -19 มากับตายาย ๆเล่าให้ฟัง น้องนาย อายุ 10 ขวบ บอกว่ากลัว มาจากอ.บ้านสร้าง มากับแม่ มีน้องน้ำอิง อายุ 10 ขวบ ชู 2 นิ้วบอกสู้ๆ มากับคุณแม่

ด้านเด็กชายวรวิทย์ มหานาค อายุ 10 ขวบเรียนอยู่ชั้น ป. 4 โรงเรียนมารีย์ บอกว่าไม่กลัวโควิด-19  มาฉีดวัคซีนแล้ว มากับคุณแม่ เด็กชายวรวิทย์  กล่าว

มานิตย์   สนับบุญ/ปราจีนบุรี