In Bangkok

ชู'ตลาดน้ำ'1ใน Soft Power เขตตลิ่งชัน สร้างอนาคตเศรษฐกิจให้ชุมชน



กรุงเทพฯ-“ตลิ่งชันเป็น Soft Power สำคัญ เพราะมีตลาดชุมชน มีประชาชนชาวรากหญ้ามาขายของ อนาคตจะเกิดเป็นเศรษฐกิจของชุมชน หน้าที่เราคือการพัฒนาจุดนี้ และได้เน้นย้ำไปแล้วว่าให้พัฒนาเรื่องคุณภาพควบคู่ไปกับการเดินทางที่สะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ” 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมนางลักขณา ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตตลิ่งชัน และนางชดาวรรณ ป่าไม้ ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน ให้สัมภาษณ์ภายหลังกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจร เขตตลิ่งชัน วันนี้ (30 ก.ย.66)

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ลักษณะที่เด่นของเขตตลิ่งชัน ที่มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลคือในเรื่อง Soft Power ซึ่งจะได้ผลักดันตลาดน้ำในพื้นที่ ที่มีอยู่ทั้งหมด 4 แห่ง คือ ตลาดน้ำสองคลอง ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม และตลาดน้ำวัดสะพาน ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล แต่ปัจจุบันยังมีปัญหาในเรื่องของโลจิสติกส์ ซึ่งต้องพัฒนาเชื่อมต่อกันให้มากขึ้น ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถและเรือ กทม.จึงได้จัดรถ Suttle Bus วิ่งเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน จากสถานีบางขุนนท์ ไปยังตลาดน้ำแต่ละแห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแล้ว แต่ข้อกังวลในขณะนี้คือเรือที่ต้องรอการเปิดประตูน้ำ เพื่อเข้าในคลอง บางครั้งมีเรือรอจำนวนมาก จึงได้ให้สำนักการระบายน้ำเข้าไปดูเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมากขึ้น และตลาดน้ำตลิ่งชันเองก็มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 40% ในการประชุมร่วมกับคณะทำงานการขับเคลื่อน Soft Power กลุ่มย่อยวันพรุ่งนี้ก็จะมีการหารือเรื่องนี้พร้อมกับเรื่อง Winter Festival ด้วย

ด้าน สก.ลักขณา ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครให้มาเที่ยวชมตลาดน้ำทั้ง 4 แห่งของเขตตลิ่งชัน ซึ่งมีของดีจำนวนมาก และยังมีสินค้าพื้นบ้านของชาวตลิ่งชันให้เลือกซื้อหลายอย่าง ซึ่งการมาท่องเที่ยวของท่านจะเป็นการสนับสนุนชาวสวนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของที่สำนักงานเขตตลิ่งชันได้รายงานในกิจกรรมผู้ว่าฯสัญจรวันนี้ พบว่า เขตตลิ่งชันมีเรื่องค้างในระบบTraffy Fondue น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของทางเท้า และถนน ซึ่งเขตแก้ไขได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในพื้นที่จำนวนมากถึง 16 แห่ง วัด 31 วัด เป็นลักษณะวัฒนธรรมที่เด่นชัดของฝั่งธน คือมีวัดและโรงเรียนจำนวนมาก อย่างไรก็ตามขณะนี้พบว่าโรงเรียนหลายแห่งมีจำนวนนักเรียนน้อยลง และศูนย์บริการสาธารณสุขมีสภาพพื้นที่คับแคบ การเข้าถึงลำบาก จึงได้มอบนโยบายให้พัฒนาศูนย์ฯแห่งนี้ให้ดีขึ้น โดยอาจจะต้องเลือกสถานที่ก่อสร้างใหม่ รวมถึงได้มอบนโยบายในการพัฒนาพื้นที่ว่างให้เป็นสวนสาธารณะด้วย

* เตือนชุมชนนอกคันกั้นน้ำเฝ้าระวังน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ชิด หลังพบน้ำทะเลหนุนสูง

จากนั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ฝนในพื้นที่กทม. ว่า ขณะนี้ฝนเริ่มจะดีขึ้น ช่วงเช้าจะมีลมพัดแรงขึ้น ซึ่งเป็นลมมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นลมที่เปลี่ยนทิศ และพัดเร็ว เมื่อมีฝนเข้าก็จะพัดผ่านไปเร็ว ซึ่งไม่กังวลเรื่องปริมาณน้ำฝน แต่จะมีปัญหาเรื่องน้ำทะเลหนุนสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ บางจุดสูงถึง 30 ซม. ซึ่งก็เกิดจากผลของลมตะวันตกเฉียงใต้ที่มาจากอันดามัน ดันน้ำให้เข้ามาด้านในสูงขึ้น นอกจากนี้รองผู้ว่าฯ วิศณุ (รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ก็ได้ลงพื้นที่ไปดูแถวพระราม 3 ซึ่งเป็นจุดฟันหลอและในปีที่แล้วก็มีน้ำทะลักเข้ามา ขณะนี้ก็เข้าไปจัดการทั้งหมดแล้ว รวมถึงจุดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เขตบางพลัดซึ่งเป็นแนวฟันหลอก็ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ขอให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาพื้นที่นอกคันกั้นน้ำเช่น ชุมชนเทเวศร์ และวัดราชกุญชรให้เฝ้าระมัดระวังด้วย

สำหรับกิจกรรมผู้ว่าฯสัญจร เขตตลิ่งชัน ในช่วงบ่าย คณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมตลาดน้ำตลิ่งชัน ติดตามความคืบหน้าจุดลอกคลอง ถนนแก้วเงินทอง คลองเหมือนโพธิ์ เยี่ยมชมโครงการนำร่องจุดติดตั้งเสาไฟฟ้าโซล่าเชลล์อัจฉริยะ (Solar For Social) ณ ชุมชนศาลาหลังบ้าน และชุมชุนหลังวัดรัชฎาธิษฐาน ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการสวนน้ำตลิ่งชัน ตรวจจุดเสี่ยงน้ำท่วม ถนนพุทธมณฑล สาย 1 บริเวณด้านข้างสายใต้ใหม่ ตรวจจุดอ่อนน้ำท่วม ซอยทุ่งมังกร 12 จากการถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และตรวจจุดอ่อนน้ำท่วม ซอยสวนผัก 29