H&B News

กองทุนสมเด็จย่าปัจฉิมนิเทศนศ.พยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี30แห่ง



กรุงเทพฯ-คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รองประธานมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะผู้แทนมูลนิธิฯ ร่วมพิธีปัจฉิมนิเทศ นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สถาบันพระบรมราชชนก ประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อรับมอบโล่เกียรติคุณ ผู้มีอุปการะคุณ สนับสนุน "ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90" แก่นักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี 30 แห่ง ทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ณ ห้องประชุม วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

คุณหญิงทิพาวดี เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาพยาบาลทุกคนที่สำเร็จการศึกษาในปีนี้ โดยกว่า 32 ปี ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษา ที่ได้ใช้ชื่อทุนว่า “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” ปีละกว่า 1,000 ทุน  แก่นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ของสถาบันพระบรมราชชนก ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนจบหลักสูตร 4 ปี เพื่อช่วยให้นักศึกษาพยาบาลผู้ได้รับทุนมีขวัญกำลังใจในการศึกษา เพื่อจบมาประกอบอาชีพพยาบาลตลอดไป และมีจิตสำนึกที่ดีมีคุณธรรม เป็นบุคลากรพยาบาลที่มีคุณภาพ เป็นที่พึ่งพาของผู้ป่วยได้ พร้อมสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติสืบไป

นอกจากมอบ “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” แก่นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีแล้ว มูลนิธิฯ ยังมอบทุนการศึกษาแก่ นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ และวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ  เพื่อส่งเสริมการผลิตพยาบาลให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ. วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก กล่าวว่า สถาบันพระบรมราชชนก เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านสุขภาพในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทหน้าที่ผลิตและพัฒนาบัณฑิตของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีวิทยาลัยพยาบาล สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ จำนวน 30 แห่ง และวิทยาลัยสังกัดคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ จำนวน 9 แห่ง สำหรับการจัดงาน พิธีปัจฉิมนิเทศ ประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ความเข้าใจในลักษณะงาน บทบาทหน้าที่ของหน่วยบริการ ส่งเสริมบุคลิกภาพ มีความรับผิดชอบตระหนักถึงภาระหน้าที่ของตนที่มีต่อสังคม ตลอดจน ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นพัฒนาตนเองและสถาบัน มีความตระหนักถึงคุณค่าของการปฏิบัติ ตามจรรยาบรรณวิชาชีพ เข้าใจถึงการให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ สามารถนำแนวทางการปรับสมดุลชีวิตกับการทำงานไปใช้ได้ ผู้สำเร็จการศึกษามีความพร้อมก้าวสู่วิชาชีพ และเป็นรากฐานที่ดีในก้าวสู่การเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพของระบบสุขภาพประเทศไทยต่อไป