Authority & Harm

ศึกชิงพื้นที่ขายแป้งหน้าศาลากลางระอุ เขียนป้ายจองซัดกันนัวเจ้าเก่า-เจ้าใหม่



ฉะเชิงเทรา-สงครามแย่งชิงพื้นที่ วาทกรรมบนกระดาษจับจองพื้นฟุตบาท ระหว่างแม่ค้าขายแป้งและน้ำ อุปกรณ์การเล่นสงกรานต์ ที่ต่างพากันมาแย่งชิงจับจองทำเลทอง จุดตั้งวางสิ่งของเพื่อขายสินค้าในงานเทศกาลสงกรานต์แปดริ้ว โดยรอบพื้นที่คูเมืองทั่วสนามหน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา ที่ปีนี้เปิดให้มีการเล่นน้ำแบบวันไหลต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน 12-15 เม.ย.นี้

วันที่ 11 เม.ย.67 เวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณโดยรอบพื้นที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา และถนนสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สวนสมเด็จย่า) ซึ่งจะเป็นพื้นที่ถูกใช้ในการจัดงาน “สรงสนานสงกรานต์แปดริ้ว” ระหว่างวันที่ 12 -13 เม.ย.67 โดยเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ ที่ทาง จ.ฉะเชิงเทรา โดยนายกำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา กำหนดให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมประเพณีการเล่นสงกรานต์ตามที่เคยมีประชาชนออกมาเล่นน้ำแบบวันไหลต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย.67 ด้วย 

จึงทำให้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ต่างพากันออกมาขึงเชือกหรือตีเส้น ทำเครื่องหมายสัญลักษณ์ หรือติดป้ายเอาไว้บนพื้นฟุตบาท ในการจับจองพื้นที่ไว้สำหรับทำการค้าขายสินค้า เช่น แป้ง ดินสอพอง เครื่องดื่ม อาหาร น้ำดื่ม และน้ำเล่นสงกรานต์ ตลอดจนอุกรณ์เครื่องเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคักจนทั่วบริเวณโดยรอบคูเมือง สนามหน้าศาลากลาง จ.ฉะชิงเทรา 

นอกจากนี้ในบริเวณพื้นที่ทำเลทองที่มักจะมีนักท่องเที่ยวหรือผู้คนผ่านเข้ามามาก หรือเป็นจุดพักคอยการรวมกลุ่มกันเพื่อเล่นน้ำ เช่น ที่บริเวณด้านหน้าสวนสมเด็จฯ หน้าอำเภอ หัวมุมสี่แยก สนง.ที่ดินจังหวัด และหน้าศาล จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีการน้ำแผ่นป้ายมาติดไว้บนพื้นฟุตบาทเพื่อจับจองพื้นที่ และมีการแย่งชิงพื้นที่กัน ทั้งรายเก่าเจ้าเดิมที่เคยออกมาทำการค้าขายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต่อเนื่องเป็นประจำหลายปีจนกลายเป็นเจ้าถิ่น และรายใหม่ที่ต้องการพื้นที่ ได้มีความพยายามที่จะมาจับจองไว้ก่อนเพื่อตัดหน้า

โดยได้มีการแกะลอกแผ่นป้ายกระดาษของอีกฝ่ายหนึ่งออก และเขียนข้อความในเชิงต่อว่ากันไว้ เพื่อแย่งชิงพื้นที่กันไปมา โดยต่างฝ่ายต่างมาแกะแผ่นกระดาษของอีกฝ่ายหนึ่งออก และติดแผ่นกระดาษข้อความจับจองพื้นที่ และต่อว่าผู้ที่จะมาแย่งพื้นที่ของตนทดแทนสลับกันไปมา ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันแล้ว คล้ายกับเป็นการทำสงครามข้อความบนแผ่นกระดาษที่พื้นฟุตบาท

จากการสอบถาม น.ส.ขนิษฐา อิ่มโอชา อายุ 24 ปี ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณด้านหลังสำนักงานเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ผู้ที่มาติดป้ายจับจองพื้นที่เพื่อทำการค้าขายไว้ ที่บริเวณบนพื้นฟุตบาทด้านหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ตนมาจับจองพื้นที่เพื่อเตรียมออกมาตั้งร้านขายสินค้า ให้แก่ผู้ที่จะเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์ ทั้งข้าวกล่อง น้ำดื่ม แป้ง กระป๋องใส่น้ำ กระเป๋ากันน้ำ หรือเรียกได้ว่าอุปกรณ์ทุกอย่างในการมาเล่นน้ำสงกรานต์ ที่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการ อ.เมืองฉะเชิงเทรา

โดยขายต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ซึ่งในปีที่ผ่านๆ มาสามารถขายของมีกำไรถึงวันละกว่า 1 พันบาท แต่มาระยะหลังทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองออกกฎระเบียบในการเล่นน้ำสงกรานต์เยอะมาก จนทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลงมาก โดยคนส่วนใหญ่ต่างพากันหันไปท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันในพื้นที่ จ.ชลบุรี กันหมดโดยเฉพาะชาวต่างชาตินั้นได้หายหน้าไป หรือไม่มีเข้ามาเลย เพราะมีมาตรการข้อห้ามต่างๆ ออกมามากมาย จึงทำให้ นทท.ไม่ได้รับความสะดวก

เช่น การห้ามนำรถกระบะขนน้ำเข้ามาในพื้นที่เล่นน้ำ ซึ่งมันไม่ดีเลยแล้วคนจะเล่นน้ำกันอย่างไร และทำให้ความสนุกสนานในการเล่นน้ำสงกรานต์ลดน้อยลง ซึ่งในการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งทะเลาะวิวาทกันนั้น ควรที่จะมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ลงมาในพื้นที่ให้มากๆ หรือเพียงพอเหมาะสม เพราะแม่ค้าก็มีความคาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากๆ เพราะเราขายของ เมื่อมีคนมามากก็จะขายของได้มาก เมื่อปีที่ผ่านมาเขาไปที่อื่นกันหมดแต่แปดริ้วไม่มีคนมา

เพราะเมื่อเขามาแล้วมาเห็นข่าวว่าห้ามโน่นห้ามนี่ เขาจะเข้ามาทำไม เมื่อขนน้ำเข้ามาไม่ได้แล้วเขาจะเล่นน้ำกันอย่างไร ในปีนี้ก็อาจจะขายไม่ดีก็เป็นได้ เพราะเห็นมีข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่จะทำการปิดพื้นที่ไม่ให้นำรถน้ำเข้ามาเล่นสงกรานต์อีก จากในอดีตนั้นไม่ได้มีการปิดพื้นที่หรือห้ามนำรถเข้ามา และยังสามารถให้เล่นน้ำสงกรานต์กันได้จนถึงช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.

ส่วนการมาแปะป้ายเพื่อจับจองพื้นที่ไว้นั้น ตนได้มาจับจองพื้นที่ไว้แล้วตั้งแต่ปลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ทำการค้าขายที่เคยจับจองมาขายของในทุกๆ ปี แต่เมื่อวานนี้ได้มีคนมาดึงแผ่นป้ายของตนออกและนำป้ายกระดาษมาแปะจองทับพื้นที่ ที่ตนจองไว้ก่อน จึงมองว่ามันไม่ใช่และไม่สมควรที่ผู้มาใหม่จะมาแย่งชิงพื้นที่ของคนอื่นที่เขาจองไว้ก่อน เมื่อจะมาทำมาค้าขายเหมือนกันก็ควรไปจองเอาที่อื่นที่ยังไม่มีคนจองก็ได้ หรือจะมาขอกันดีๆ ก็ยังได้ แต่ที่เขามาดึงออกเองเลยแบบนี้โดยไม่ได้บอกกล่าวกับคนที่เขาจองไว้ก่อน มันไม่สมควร

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีการมาเรียกเก็บเงินค่าที่หรือไม่ น.ส.ขนิษฐา ระบุว่าไม่มี โดยชาวบ้านที่มาจับจองกันนั้นขายกันฟรีในทุกๆ ปีช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยในปีนี้มีคนมาดึงแผ่นป้ายเพื่อแย่งชิงพื้นที่กันหลายแห่ง เพราะมีแม่ค้าเหมือนกันถูกดึงป้ายจับจองออกไปหลายจุด โดยพื้นที่ตรงที่พี่สาวของตนจับจองเอาไว้ที่หน้าสวนสมเด็จฯ ก็ถูกดึงป้ายออกเพื่อแย่งชิงพื้นที่เช่นเดียวกัน ซึ่งความจริงควรจะเป็นในลักษณะที่ใครมาก่อนก็ควรได้ก่อน เพราะตอนที่ตนมาติดป้ายไว้นั้น ยังไม่ได้มีใครมาติดป้ายจองไว้ น.ส.ขนิษฐา กล่าว

สนทะนาพร อินจันทร์/ฉะเชิงเทรา