In Bangkok

ขั้นตอนขนกากแคดเมียมก่อนขนย้ายจริง เข้มความปลอดภัยสูงสุดและโปร่งใส



กรุงเทพฯ-(28 เม.ย. 67) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่โรงงานบริษัท ล้อโลหะไทย เมททอล จำกัด เขตบางซื่อ เพื่อกำกับติดตามการซ้อมแผนการบริหารจัดการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียมกลับไปยังพื้นที่ฝังกลบในโรงงานที่จังหวัดตาก ซึ่งจะขนย้ายในวันที่ 29 เมษายน 2567

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า  วันนี้เป็นการทดลองการขนย้ายเพื่อนำกากแคดเมียมที่มีการปรับเสถียรแล้วกลับไปที่จังหวัดตาก โดยคณะกรรมการทั้ง 6 กระทรวงที่ถูกตั้งขึ้น ได้มีการประชุมกันในช่วงบ่ายวันนี้และมาดูการซ้อมขนย้ายตามแผนที่ได้วางไว้ สำหรับการขนจริงนั้นจะไม่ได้มีการเปิดประตูโรงงาน แต่จะดำเนินการข้างใน ส่วนในวันนี้เป็นการเปิดให้สื่อมวลชนเห็นแนวทางและขั้นตอนการดำเนินงาน โดยขั้นตอนจะมีการดูดฝุ่นพื้นโรงงานเพื่อทำความสะอาดสถานที่ก่อนการขนย้าย ตั้งวางเครื่องชั่งน้ำหนักที่ได้มาตรฐาน นำรถพ่วงคันแรกที่จะใช้ขนย้ายเข้ามาจอดในโรงงาน จากนั้นจะมีการยกถุงบิ๊กแบ็กที่บรรจุกากแคดเมียมใส่ซ้อนในถุงบิ๊กแบ็กที่มีขนาดใหญ่กว่าถุงเดิม เป็นการซ้อนถุง 2 ชั้น เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนและเป็นไปตามมาตรฐานของสหประชาชาติในการขนย้าย เมื่อซ้อนถุงเสร็จจะนำไปชั่งน้ำหนัก แล้วเขียนรหัสพร้อมวันที่และน้ำหนักที่ชั่งได้จริงบนถุงชั้นนอก โดยในรถแต่ละคันจะมีการสุ่มตัวอย่างด้วยการเก็บสารข้างในถุงออกมาเพื่อนำไปตรวจสอบในห้องแล็บว่าของที่ขนเป็นกากแคดเมียมจริงตามวัตถุประสงค์ในการขน หลังจากนั้นจะมีการปิดซีลถุงทั้งสองชั้นก่อนจะนำขึ้นไปบนรถซึ่งมีการปูพลาสติก/ผ้าใบไว้แล้ว เมื่อตรวจสอบว่าได้นำถุงขึ้นบนรถคันแรกครบแล้วจะปิดซีลคลุมรถให้เรียบร้อย สำหรับวันนี้เป็นการสาธิตขั้นตอนของรถคันแรก เมื่อแล้วเสร็จจะมีการดูดฝุ่นพื้นที่ในโรงงานอีกครั้งและปิดประตูโรงงานโดยรถคันแรกนี้จะยังอยู่ในโรงงาน

ในวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย. 67) จะมีการดูดฝุ่นล้อรถคันแรกก่อนจะนำรถออกจากโรงงานไปจอดรอที่จุดพักรถที่สถานประกอบการเตรียมไว้ และนำรถคันที่สองเข้าสู่กระบวนการเดียวกันจนครบทั้งหมด 6 คัน จากนั้นจะเคลื่อนขบวนพร้อมกันเพื่อไปยังจุดนัดพบร่วมขบวนกับรถขนกากแคดเมียมที่มาจากจังหวัดสมุทรสาคร แล้วมุ่งหน้าไปยังบ่อฝังกลบเดิมที่จังหวัดตาก สำหรับพื้นที่ปลายทางได้มีการปรับพื้นที่ อาทิ ปรับพื้น หลังคาปิด ผ้าใบต่าง ๆ เพื่อให้พร้อมรับกากแคดเมียมที่จะถูกขนย้ายไปและมีความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ กากแร่ที่พบได้มีการปรับเสถียรด้วยปูนซีเมนต์ไปผสม ซึ่งจะทำให้มีลักษณะเป็นไฮดรอกไซด์ ไม่ละลายน้ำ 

ด้านการขนย้ายจะมีรถตำรวจคอยควบคุมดูแลระหว่างการขนส่ง หากมีปัญหาเกิดขึ้นจะมีการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมโดยกรุงเทพมหานคร รวมถึงได้มีการเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉิน ขั้นตอนการดำเนินการหากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง และจะมีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ปลายทางด้วยว่าการขนส่งลุล่วงไปด้วยดีและถูกต้องตามหลักการ จากนั้นจะมีการประชุมในวันอังคาร ถอดบทเรียน นำปัญหาที่อาจพบมาปรับปรุงเพื่อนำมาขยายผลในการขนย้ายกากแคดเมียมจุดอื่น ๆ ต่อไป

ด้านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า  วันนี้เป็นเหมือนการนำร่อง โดยทีมที่มาดำเนินการเป็นทีมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในการขนย้าย ซึ่งการทำจริงในวันพรุ่งนี้จะมีการปิดประตูโรงงาน กรุงเทพมหานครจึงจัดกองบัญชาการตั้งอยู่ที่ปากทางเข้า โดยมีผู้อำนวยการเขตเป็นคนคุมทีม เพื่อให้เห็นภาพการบริหารจัดการข้างในเผื่อเกิดเหตุอะไรขึ้น ซึ่งจะมีทีมตอบโต้สารเคมี (ทีม HAZMAT: Hazardous Materials) เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินในโรงงานหรือพื้นที่บริเวณข้างเคียง

สำหรับวันนี้ก่อนปิดประตูโรงงานจะมีการคำนวณน้ำหนักให้เป็นไปตามมาตรฐานการบรรทุกที่ควรจะเป็นในการขนส่งอย่างปลอดภัย ปิดซีลคลุมรถ แล้วจึงปิดประตูโรงงาน ในวันพรุ่งนี้หากเป็นไปตามแผน จะมีการดูดฝุ่นรถคันนี้ให้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยนำรถคันนี้ออกมาและนำรถคันที่สองเข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 

ในเรื่องของการเตรียมความพร้อมดูแลเจ้าหน้าที่ที่ทำงานขนย้ายภายในโรงงาน เนื่องด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทางกรุงเทพมหานครได้จัดหน่วยแพทย์พยาบาลพร้อมรถฉุกเฉินไว้ในพื้นที่ที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว โดยในการขนย้ายจะคำนึงหลัก ดังนี้ 1. ดำเนินการบนความปลอดภัยสูงสุด เช่น การวางเครื่องชั่งน้ำหนักในจุดที่ไม่สุดระยะของเครนเพื่อลดความเสี่ยงต่าง ๆ 2. ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เร็วมากขึ้น 3. มีความโปร่งใสในการดำเนินการสูงสุด ทั้งนี้ ภายหลังนำกากแคดเมียมออกไปหมดแล้วจะมีการตรวจสอบพื้นที่ ดิน น้ำ อากาศ ซ้ำอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย

ในวันนี้ นายจิรัฏฐ์ ม้าไว ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายเจษฎา ประภาสะวัต ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ นพ.สุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย นายสุริยชัย รวิวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่