In Thailand

โชเชียลชื่นชมทต.บัวบาน-ชุมชนบ้านตูม เป็นตำบลพัฒนาชาวบ้านสามัคคี



กาฬสินธุ์-พลังโซเชียลแห่กดไลค์กดแชร์ ชื่นชมนายกเทศมนตรี และชุมชนบ้านตูม ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังเดินหน้าพัฒนาแก้ไขงานเก่าและก่อสร้างงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการร่วมบริจาคที่ดินเพื่อเป็นทางสาธารณะ ถือเป็นเรื่องดีๆที่โลกต้องจำในยุคสังคมเห็นแก่ตัว 

วันที่ 11 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่นางสาวอัจฉรา ยนต์ชัย นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่กองช่าง ทต.บัวบาน นำเครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้าง ลงพื้นที่เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทั้ง 23 หมู่บ้าน โดยดำเนินการมาตั้งแต่หลังน้ำลดปลายปี 66 เป็นต้นมาถึงช่วงเริ่มฤดูฝนปี 67 พบว่าชาวบ้านได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของการซ่อมแซม ปรับปรุงเส้นทางจราจรและเปิดทางน้ำ ที่เป็นผลกระทบเสียหายจากน้ำป่าที่ไหลหลากมาจากดงระแนง รวมทั้งถนนอีกหลายสายที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาทุกจุดให้สำเร็จลุล่วง ก่อนที่จะถึงฤดูฝนและเกิดน้ำหลากในปีนี้

นางสาวอัจฉรา ยนต์ชัย นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) บัวบาน กล่าวว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ทั้งด้านการสัญจร การประกอบอาชีพ และเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้จัดเจ้าหน้าที่กองช่าง ทต.บัวบาน ร่วมกับผู้นำชุมชนในทุกหมู่บ้าน เดินสำรวจความเสียหาย และความต้องการของพี่น้องประชาชน จากนั้นร่วมประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว เพื่อนำมาสู่การแก้ไขในระยะยั่งยืน ซึ่งปัญหาที่พบส่วนมากเกิดจากการกัดเซาะของน้ำป่า เช่น เขตบ้านตูม บ้านโคกก่อง บ้างเชียงงาม บ้านคำแมด บ้านเชียงสา ขณะที่บางส่วนเป็นเรื่องรางระบายน้ำในหมู่บ้านที่อุดตันและตื้นเขิน รวมทั้งในส่วนของการซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการน้ำยิ่งขึ้น 

นางสาวอัจฉรากล่าวว่า หลังทำการสำรวจแล้ว ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่กองช่างฯ ลงพื้นที่ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมและปรับปรุง ทั้งงานเก่าที่ชำรุดทรุดพัง และงานใหม่ที่เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในรายที่มีที่พักอาศัยและที่ทำกินเป็นที่ตาบอด เช่น มีการสำรวจพื้นที่ พบปะ ประชาคม จากนั้นทำการพัฒนา ทั้งในส่วนของถนน วางท่อระบายน้ำ ทั้งนี้ ทุกปัญหา ทุกความต้องการของพี่น้องประชาชน เป็นภารกิจสำคัญของผู้บริหาร ทต.บัวบาน ที่จะต่องทำการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวก ให้ครอบคลุมทั่วถึง ซึ่งทุกปัญหาในหลายๆจุด และหลายหมู่บ้าน จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก่อนที่จะถึงกลางฤดูฝนและมีน้ำหลากในพื้นที่

ด้านนางสาวพัชราวลัย คณะทอง ผญบ.ตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน กล่าวว่า ในส่วนความต้องการของชาวบ้านตูมส่วนใหญ่ คือการซ่อมแซมและปรับปรุง รวมทั้งพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่ง เนื่องจากประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และทำนาเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีรถขนส่งสินค้าภาคการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ของเกษตรกรตำบลข้างเคียง รวมทั้งรถขนส่งกุ้งก้ามกราม รถจำหน่ายสินค้า  ผ่านเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ถนนเข้าหมู่บ้านบางจุดเกิดการทรุดพัง จากการกัดเซาะของน้ำในฤดูฝน นอกจากนี้ยังพบว่าชาวบ้านหลายกลุ่ม ที่มีที่พักอาศัยและที่ทำกินเป็นที่ตาบอด ซึ่งไม่มีทางเข้าออก ต้องการขยายเส้นทาง เพื่อประกอบอาชีพและเดินทางเข้าที่พักอาศัยด้วย

นางสาวพัชราวลัยกล่าวอีกว่า จากความจำเป็นดังกล่าว จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน สมาชิกสภา ทต.บัวบาน ชาวบ้านที่ต้องการความเจริญ ให้มีถนนตัดผ่านและเข้าถึงอย่างสะดวกสบาย เพื่อให้ทาง ทต.บัวบานได้เข้ามาพัฒนาอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ชาวบ้านกว่า 10 รายซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ได้เสียสละที่ดินบางส่วนที่เดิมเป็นที่นา เพื่อพัฒนาเป็นถนน โดยลงนามยินยอมให้ทางเทศบาลเข้ามาก่อสร้างเป็นถนนและวางท่อระบายน้ำ 2 เส้นทางด้วยกัน คือเส้นแรก “จากหมู่บ้านไปถึงโบราณสถานโนนบ้านเก่า” และอีกเส้นทางหนึ่ง “จากถนนใหญ่ เลียบลำรางสาธารณะไปถึงหนองเขื่อน” ในนามตัวแทนชาวบ้าน ต้องขอขอบคุณนายกเทศมนตรีบัวบานเป็นอย่างสูงยิ่ง ที่ให้ความอนุเคราะห์พัฒนาถนนให้กับหมู่บ้านตูมในครั้งนี้  รวมทั้งที่จะมีการปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางสายอื่นๆ ในหมู่บ้านต่างๆ ที่บรรจุไว้ในแผนพัฒนาด้วย

อย่างไรก็ตาม ตามที่นางสาวอัจฉรา ยนต์ชัย นายก ทต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้จัดเจ้าหน้าที่กองช่าง ดำเนินการพัฒนาหลังน้ำลด ทั้งงานเก่าและงานใหม่ดังกล่าว รวมทั้งในกรณีชาวบ้านตูมจำนวนกว่า 10  ราย ได้ร่วมใจสละที่ดินเพื่อให้ ทต.บัวบาน ได้พัฒนาเป็นถนนสาธารณะดังกล่าว ซึ่งภาพเหตุการณ์พัฒนาหลายจุด มีชาวบ้านใช้มือถือบันทึกภาพและพิมพ์ข้อความเผยแพร่ในโซเชียลอย่างแพร่หลาย พบว่ามีคนเข้ากดไลค์กดแชร์เป็นจำนวนมาก กลายเป็นไวรัลเรื่องดีๆที่โลกต้องจำ โดยมีคอมเมนท์ชื่นชมนายกเทศมนตรีและชาวบ้านตูมอย่างรัวๆ ว่าเป็น “ตำบลพัฒนาชาวบ้านสามัคคีที่เดียวหายาก” ในยุคสังคมเห็นแก่ตัว