Biz news

จับตาอสังหาฯก่อนหมดมาตรการของรัฐ งานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่46 



กรุงเทพฯ-เปิดตัวประธานจัดงานคนใหม่ หัวเรือใหญ่ผู้มารับหน้าที่สานต่อความสำเร็จให้งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 46 ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้บริหารมือเก๋าและเติบโตมาในแวดวงธุรกิจอสังหาฯ คุณป่าน - ถิรชนม์ ธเนศเดชสุนทร รองกรรมการผู้จัดการบริษัทดีเวล แกรนด์แอสเสท จำกัด อีกทั้งยังมีดรีกรีความรู้ในฐานะอินทีเรียร์ ดีซายเนอร์ นอกจากนี้ยังเป็นนักวิเคราะห์การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้สามารถมองเห็นโอกาสในธุรกิจอสังหาฯ ที่บริหารอยู่ ตลอดจนการเข้ามาร่วมขับเคลื่อนงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 46 ให้ประสบความสำเร็จบนโจทย์ความท้าทายในยุคอสังหาฯ ที่ต้องเผชิญทั้ง สภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ย และราคา โดยในครั้งนี้การจัดงานมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Thailand Number One Real Estate Expo งานมหกรรมที่รวบรวมที่อยู่อาศัย ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”

“นับเป็นโค้งส่งท้ายปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และยังคงลุ้นในโอกาสการเติบโตของอสังหาฯ ไทย ปีนี้แนวทางการจัดงาน ผู้จัดงานจึงเน้นจับกลุ่มสินค้าตลาดเซ็กเมนท์ ตั้งแต่ระดับราคา 5-10 ล้านบาท ขึ้นไป เนื่องจากอสังหาฯ ในช่วงปลายปี บรรยากาศในช่วงเดือนตุลาคมและต้นเดือนพฤศจิกายน ตามสถิติถือว่าดีกว่าทุกช่วงเวลา เพราะมีทั้งกำลังซื้อดี ลูกค้ายังนิยมมองหาสินค้าที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบมากกว่าช่วงต้นปี อีกทั้งมาตรการอสังหาฯ ที่กำลังจะหมดลง

และส่วนลด สิทธิพิเศษที่ผู้ประกอบการขนมามอบให้ในงานจึงเป็นยาแรงในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันผู้จัดงานยังเน้นสร้างการรับรู้เพิ่มให้แก่ลูกค้ากลุ่มชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มโอกาสกระตุ้นกำลังซื้อภาคอสังหาฯ ให้กลับมาบูมส่งท้ายปีนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดงานยังคงมองทิศทางภาพรวมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 46 โดยยังคงมุ่งหวังให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นกลไกลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งเป็นเวทีสำหรับโอกาสดีให้ผู้ประกอบการพี่น้องภาคอสังหาฯ จะได้เร่งทำยอดขายโค้งสุดท้ายในช่วงปลายปี 2567 พร้อมกัน วันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย. 2567 ณ ฮอล์ 5 ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” นายถิรชนม์ กล่าว

ทั้งนี้ความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 46 ได้ทำการประเดิมเปิดขายบูธให้ผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 95% บนพื้นที่กว่า 6,000 ตรม. ทำให้ตอนนี้ มีบูธเหลือรอผู้ประกอบการได้สามารถจับจองอีกเพียงไม่ถึง 50 บูธสุดท้ายแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีอย่างมากก่อนจะเริ่มเตรียมพร้อมจัดพิธีจับฉลากบูธ ในช่วงวันที่ 3 กันยายน 2567 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นี้