Health & Beauty
เตือนภัยซ่อนเร้นกระดูกสันหลังคดในเด็กภัยซ่อนเร้น ในเด็กและวัยรุ่น

นพ.สุนทร ศรีสุวรรณ์ อาจารย์แพทย์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ กล่าวว่า ภาวะกระดูกสันหลังคดในเด็ก เป็นกลุ่มโรคที่ มักไม่แสดงอาการ ในรายที่มีอาการ อาจแสดงอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง วินิจฉัยได้ยาก อาจทำให้ล่าช้าในการรักษา
กระดูกสันหลังคดคืออะไร
กระดูกสันหลังคด (Scoliosis) เป็นภาวะที่แนวกระดูกสันหลังมีการคดงอไปทางซ้ายหรือขวาในลักษณะผิดปกติ อาจมีการบิดของกระดูกสันหลังร่วมด้วย โดยทั่วไปมักพบในเด็กและวัยรุ่น พบได้ตั้งแต่ อายุ 5 – 18 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
สาเหตุของกระดูกสันหลังคด
สาเหตุของกระดูกสันหลังคดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
1. ไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic scoliosis) – พบได้มากที่สุด โดยเฉพาะในวัยรุ่น (Adolescent idiopathic scoliosis) ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
2. มีความผิดปกติของโครงสร้าง (Congenital scoliosis) – เกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลังตั้งแต่กำเนิด เช่น กระดูกสันหลังเจริญเติบโตผิดปกติ
3. เกิดจากโรคทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ (Neuromuscular scoliosis) – เช่น โรคสมองพิการ (Cerebral palsy) หรือโรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular dystrophy) ที่ส่งผลต่อความแข็งแรงและสมดุลของกล้ามเนื้อ
ปัจจัยเสี่ยง
• ประวัติครอบครัว – หากมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้ โอกาสที่เด็กจะเป็นก็เพิ่มขึ้น
• เพศ – เด็กหญิงมีแนวโน้มที่จะเกิดกระดูกสันหลังคดแบบรุนแรงมากกว่าเด็กชาย
• อายุ – มักพบในช่วงเด็ก จนถึงวัยรุ่นตอนต้นที่ร่างกายกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
• โรคประจำตัว – เช่น โรคของระบบกล้ามเนื้อและประสาท
อาการของกระดูกสันหลังคด
อาการขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของภาวะกระดูกสันหลังคด ซึ่งอาจสังเกตได้ดังนี้
• ไหล่สองข้างสูงไม่เท่ากัน
• สะบักข้างหนึ่งนูนมากกว่าปกติ
• กระดูกชายโครง สะโพก หรือเอว เอียงไม่สมมาตร
• ในกรณีที่มี มุมความคดมาก อาจมีอาการปวดตามลำตัว ปวดหลัง ไม่สามารถทำงาน หรือเล่นกีฬาหนักๆได้
• ในกรณีที่รุนแรง อาจส่งผลต่อการทำงานของปอดและหัวใจ
การตรวจวินิจฉัย
1. การตรวจร่างกาย แพทย์จะให้เด็กก้มตัวไปข้างหน้า (Adam’s forward bending test) เพื่อตรวจดูความสมดุล ในแนวระนาบของกระดูกสันหลัง
2. การถ่ายภาพเอกซเรย์ เพื่อตรวจสอบระดับความคดของกระดูกสันหลังและวัดมุมคอบบ์ (Cobb angle)
3. MRI หรือ CT scan ใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีสาเหตุจากโรคทางระบบประสาทหรือกระดูกผิดปกติ
4. มักตรวจพบกลุ่มอาการอื่นๆร่วมด้วย อาทิเช่น เท้าแป หรือเท้าแบน [ Flat feet ] , มีความยืดหยุ่นของข้อต่อต่างๆมากกว่าปกติ [ Hyperflexibility Joint }
วินิจฉัยแยกโรค
กระดูกสันหลังคดต้องแยกออกจากภาวะอื่นที่อาจทำให้กระดูกสันหลังผิดรูป เช่น
• กระดูกสันหลังคดจากโรคประสาทและกล้ามเนื้อ
• ความผิดปกติของกระดูกแต่กำเนิด
• การอักเสบหรือการติดเชื้อของกระดูกสันหลัง
ภาวะที่พบร่วมกับกระดูกสันหลังคด
• ภาวะปวดหลังเรื้อรัง – มักพบในผู้ป่วยที่มีมุมคดมาก
• ความผิดปกติของปอดและหัวใจ – หากมุมคดมากกว่า 50-60 องศา อาจมีผลต่อการทำงานของปอด โดยเฉพาะหากเป็น กระดูกสันหลังคดระดับทรวงอก
• ภาวะเครียดหรือปัญหาทางจิตใจ – เนื่องจากรูปร่างที่ผิดปกติอาจส่งผลต่อความมั่นใจในตนเอง
การวัดมุมคดองศากระดูกสันหลัง (Cobb Angle) มุมคอบบ์ (Cobb angle) ใช้วัดระดับความรุนแรงของกระดูกสันหลังคด
• น้อยกว่า 10 องศา – ถือว่าอยู่ในช่วงปกติ
• 10-20 องศา – เฝ้าระวังและตรวจติดตาม
• 20-40 องศา – อาจต้องใส่อุปกรณ์พยุงหลัง (Brace)
• มากกว่า 40-50 องศา – อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด
การรักษากระดูกสันหลังคด
1. การเฝ้าระวัง – หากมุมคดน้อยกว่า 20 องศา แพทย์จะแนะนำให้ติดตามอาการทุก 6-12 เดือน
2. การใส่เสื้อพยุงหลัง (Brace) – เหมาะสำหรับเด็กที่มีกระดูกสันหลังคด 20-40 องศา และยังอยู่ในวัยเจริญเติบโต แต่ต้องใส่ เป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ( แนะนำควรใส่เกิน 18 – 23 ชั่วโมงต่อวัน ) ไม่สามารถแก้มุมคดให้กลับมาปกติได้ 100 % ใช้ป้องกันไม่ให้มุมคดมากขั้นได้ในบางกรณี
3. การผ่าตัด (Surgery) – กรณีที่มุมคดเกิน 40-50 องศา หรือมีอาการรุนแรงที่ส่งผลต่อการหายใจ
การออกกำลังกายและการฟื้นฟู
• Schroth method – การออกกำลังกายเฉพาะสำหรับกระดูกสันหลังคด
• โยคะและพิลาทิส – ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว
• ว่ายน้ำ – ช่วยให้กระดูกสันหลังยืดตัวโดยไม่เพิ่มแรงกด เสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและสะโพก ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนการเริ่มกายภาพบำบัดทุกราย เนื่องจาก ลักษณะการคด ของแต่ละรายแตกต่างกัน และบางชนิดกีฬาอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลังได้
การป้องกันและดูแลสุขภาพกระดูกสันหลัง
• สังเกตพัฒนาการของเด็ก – ตรวจสอบความผิดปกติของกระดูกสันหลังตั้งแต่เนิ่นๆ
• ปรับท่านั่งและท่ายืน – หลีกเลี่ยงการนั่งหลังค่อมหรือยืนเอียง ควรนั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิงตลอดเวลา
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ – เสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัว
• ตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจเอ็กซเรย์ประเมินมุมคด ( Cobb Angle ) ตามแพทย์นัด อย่างต่อเนื่อง – โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียน
สรุป
กระดูกสันหลังคดเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กและวัยรุ่น ส่วนใหญ่มักไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด หากตรวจพบเร็วสามารถเฝ้าระวังและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกกำลังกาย การใส่เสื้อพยุงหลัง และการผ่าตัดเป็นทางเลือกในการรักษาที่สำคัญ ดังนั้นการเฝ้าระวังตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต สามารถหาความรู้ โรคกระดูกและข้อ เพิ่มเติมได้ที่ www.thedoctorbone.com
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา