Authority & Harm

ปธ.กมธ.ปปช.ลุยเก็บหลักฐาน7ชั่วโคตร พบการบริหารสัญญาก่อสร้างบกพร่อง



กาฬสินธุ์-ประธาน กมธ.ปปช.ฯ ลุยเก็บหลักฐาน 7 ชั่วโคตร“ดร.ฉลาด ขามช่วง ” ประธาน กมธ.ปปช.ฯ ลุยเก็บหลักฐาน 7 ชั่วโคตร พบการบริหารสัญญาก่อสร้างบกพร่อง ลั่นคดีหมิ่นไม่ทำให้ตกใจแต่ทำให้มีพลังในการตรวจสอบ ย้ำทุกอย่างโปร่งใส ใครอยู่เบื้องหลังปัญหาทั้งหมด ได้รู้กัน

ปัญหาการก่อสร้างโครงการท่อระบายน้ำในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่ง จำนวน 8 โครงการ งบประมาณ 545 ล้านบาท ของ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ว่าจ้าง หจก.เฮงนำกิจ และ หจก.ประชาพัฒน์ เป็นผู้รับจ้าง โดยเริ่มต้นทยอยทำสัญญาก่อสร้างในแต่ละโครงการตั้งแต่ปี 2562-2565 แต่ถึงปัจจุบันปี 2568 ทุกโครงการก่อสร้างไม่เสร็จแม้แต่โครงการเดียว จนทาง กมธ.ปปช. เข้าตรวจสอบเพื่อประชาชน จนล่าสุดช่วงปลายเดือน มกราคม 2568 กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ประกาศเวียนห้างให้ทั้ง 2 หจก.นี้เป็นผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำให้ทั้ง 2 หจก.หมดสิทธิ์ เข้ารับงานกับภาครัฐในทุกกระทรวง ทบวง กรม ตกกลายเป็น มหากาพย์งานก่อสร้างฉาวโฉ่ข้ามปี ที่ถูกชาวกาฬสินธุ์ขึ้นป้ายประณามว่า โครงการก่อสร้าง 7 ชั่วโคตร ที่อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของ ปปช.- สตง. และ คณะกรรมาธิการ ปปช.สภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 8 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า ที่ถนนผังเมือง 2 ชุมชนหนองเรือ-หัวคู จุดก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมเมือง และจุดก่อสร้างโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งแก่งดอนกลาง ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ดร.ฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ประธาน กมธ.ปปช.สภาผู้แทนฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากงานก่อสร้าง พร้อมกับทำการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่ขณะนี้ทราบว่า การตรวจสอบปัญหาการก่อสร้าง 7 ชั่วโคตร สตง. กำลังเร่งตรวจสอบเอกสาร ทั้ง 8 โครงการ ที่ได้รับมาจาก กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางการเฝ้าติดตามของประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อพิสูจน์การทำงานของ สตง. ว่าจะการตรวจสอบจะสามารถพิทักษ์เงินแผ่นดินได้หรือไม่

ดร.ฉลาด ขามช่วง ปธ.กมธ.ปปช.ฯ กล่าวว่า วันนี้ได้เข้ามาตรวจสอบสภาพปัญหาเพิ่มเติม ที่พบว่ายังสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนชาวเมืองกาฬสินธุ์ และผู้ใช้รถใช้ถนน เสี่ยงทั้งอุบัติเหตุและต้องทนรับสภาพจากกลิ่นเหม็นของน้ำเสีย ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่เพิ่มเติม จุดก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมเมือง ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 8 โครงการ งบประมาณ 148,200,000 บาท เบิกจ่าย 80,166,000 บาท  เพื่อดูว่าผู้รับจ้างทำอะไรไว้บ้าง ขณะที่โครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแก่งดอนกลาง งบ 39,540,000 บาท เบิกจ่าย 11,099 ,000 บาท  มีเสาเข็ม กองหินระเกะระกะ ทางท้องถิ่นต้องปรับพื้นที่ เพื่อไม่ให้กีดขวางทางจราจร และให้มีพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนได้ออกกำลังกายปัญหาที่เกิดขึ้น ได้รับการร้องเรียนจากคณะธรรมาภิบาลกาฬสินธุ์ และชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบเดือดร้อนจนต้องขึ้นป้าย 7 ชั้วโคตร และร้องเรียนไปที่คณะกรรมการ ปปช. ก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง จึงได้มอบหมาย ให้นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มาดูก่อน แล้วนำข้อมูลมาพิจารณาเพื่อสร้างความกระจ่างให้กับสังคม สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษี 

โดยได้ขอสัญญาทั้งหมด 8 โครงการจากกรมโยธาธิการเจ้าของโครงการาตรวจสอบ พบว่ามี 8โครงการ 8 สัญญาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-ปัจจุบัน มีผู้รับจ้าง 2 รายคือ หจก.เฮงนำกิจ และหจก.ประชาพัฒน์ ตรวจสอบลึกลงไปถึงผู้มีอำนาจในการผูกพันสัญญาทั้ง 2 หจก. เป็นคนนามสกุลเดียวกัน และนามสกุลยังไปสอดคล้องกับผู้หลักผู้ใหญ่ใน จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ เมื่อมาเห็นปัญหา ตน รู้สึกห่วงใยเรื่องความเสียหาย และผลกระทบด้านจิตใจต่อพี่น้องประชาชน หลายคนเสียความรู้สึก เสียกำลังใจ  เงินภาษีถูกปู้ยี่ปู้ยำ การบริหารสัญญาการก่อสร้าง หน่วยงานที่รับงบประมาณควรดูผู้รับจ้าง ว่ามีความสามารถเพียงพอหรือไม่ ถึงแม้ว่าจะมีศักยภาพ หลังจากนั้นอาจจะด้อยความสามารถลงมา เช่น ประสบปัญหาเงินขาดสภาพคล่อง รับงานเกินกว่ากำลัง เงินทุนไม่พอ  รับงานหลายๆงานพร้อมกัน จึงเกิดปัญหา ที่ถือเป็นอุทาหรณ์อย่างหนึ่ง

สำหรับ 8 โครงการนี้ กมธ.ปปช.ฯ ยังสอบสวนไม่เสร็จ แต่พบความบกพร่องในการควบคุมงาน เริ่มต้นจากช่างควบคุมงานมีการปล่อยปละละเลยทำงานไม่เรียบร้อย พบว่ามีการเบิกจ่ายเงินจำนวนมาก บางสัญญาเบิกไปถึง 80 ล้านบาท ที่เหมือนกับไม่มีความคุ้มค่าเท่าที่ควร กรณีนี้ จะขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างและการตรวจรับงานเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่อีกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละงวดงานมีการเบิกจ่ายได้อย่างไร มีการเอื้อประโยชน์หรือไม่อย่างไร อย่างตรงไปตรงมา เพราะ กมธ.ปปช.ฯ คือตัวแทนของพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ไม่มีอำนาจในการลงโทษใคร แต่การทำงานเมื่อสอบสวนเสร็จแล้วก็จะส่งสำนวนให้ ปปช.พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่, และส่งให้ตำรวจและอัยการพิจารณาดำเนินคดี ดังนั้น กมธ.ปปช.ฯ จึงทำหน้าที่คล้ายพนักงานสอบสวนจะแสวงหาข้อเท็จจริงในเบื้องต้น ไม่ได้บอกว่าทุจริต เพียงแต่สันนิษฐาน ส่อว่า น่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น คนที่จะชี้ได้คือศาล ซึ่งปัญหาผู้รับจ้างทิ้งงานฯ คณะ กมธ.ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เพราะไม่มีใครไปรู้จักผู้รับจ้างทั้ง 2 ราย และอีกทั้งก็ไม่เคยรู้ว่ากรมโยธาฯ มีโครงการนี้จนมามีการร้องเรียน

ดร.ฉลาด ขามช่วง ปธ.กมธ.ปปช.ฯ กล่าวต่อว่า กรณีผู้รับจ้างมอบอำนาจให้ทนายแจ้งความตน ในข้อหาหมิ่นประมาท  ทราบจากไลน์กลุ่ม PR กาฬสินธุ์ที่มีการแชร์นั้น  ตนไม่รู้สึกตกใจอะไร แต่กำลังดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่พอจะรู้แล้วว่าเรื่องนี้ใครอยู่เบื้องหลัง ก็ฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่าที่ผ่านมา คณะ กมธ.ปปช.ฯ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ไม่รู้จักใคร ไม่มีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน  ซึ่งกรรมที่ก่อจากปัญหานี้  2 หจก.นั้น ได้ถูกกรมโยธาฯ สั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานแล้ว และกรมบัญชีกลางประกาศเวียนหนังสือเป็นผู้ทิ้งงานไปทั่วประเทศแล้ว ว่า 2 หจก.นี้เป็นผู้ทิ้งงาน ไม่สามารถจะรับงานได้จนกว่าจะพ้นกำหนดตามเงื่อนไขของกฎหมาย ส่วนทั้ง 2 หจก.จะมีความผิดใดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ยืนยัน คณะ กมธ.ปปช.ฯ ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ซึ่งตนจะปกป้องศักดิ์ศรีของตน เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการด้อยค่าการทำหน้าที่ สส. และด้อยค่าของคณะ กมธ. ซึ่งทุกคนทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

“เรื่องข่าวการแจ้งความ สิ่งที่ห่วงใยคืออาจจะทำให้คนทำหน้าที่ตรวจสอบเสียกำลังใจได้บ้าง แต่ส่วนตนไม่รู้สึกตกใจ เพราะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแล้ว  ซึ่ง 2 หจก.ที่แจ้งความตนต่อไปนี้ เมื่อมีกระบวนการทางศาล พี่น้องประชาชนก็จะได้รู้ข้อเท็จจริง ความจริงทั้งหมดจะได้เปิดเผยว่าเป็นอย่างไร ใครอยู่เบื้องหลัง ใครหน่วงเหนี่ยวเรื่องการแก้ไขปัญหา “7 ชั่วโคตร” เพราะหากไม่มีใครหน่วงเหนี่ยวปัญหานี้ไว้ การแก้ไขปัญหา 8 สัญญา สำเร็จไปนานแล้ว  เพราะสัญญาเริ่มตั้งแต่ปี 2562 ผ่านมา 5 ปี ยื้อกันมานาน เพิ่งยกเลิกสัญญาเดือน พ.ค. 67 เวียนหนังสือ ม.ค.68 ยังไปพบว่า 2 หจก.ไปรับงานได้อีกในช่วงที่รอประกาศเวียนห้างจากกรมบัญชีกลาง โดยไม่คำนึงถึงผลจะตามมา กรณีถูกแจ้งความ อาจจะทำให้คนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบรู้สึกกลัวอิทธิพลบ้าง กลัวถูกฟ้องร้องดำเนินคดีบ้าง แต่ตนเป็นผู้แทนของประชาชนคนไทย รับเงินเดือนจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนมาตลอดชีวิต   เมื่ออาสาเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน เมื่อมีโอกาสเป็นปากเป็นเสียง ก็จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบ ตามที่พี่น้องประชาชนได้มอบหมายมา” ดร.ฉลาดกล่าวในที่สุด