Authority & Harm

ผบช.ภ.7นำ'มิลค์-เลย์'2ผัวเมียฆ่าหั่นศพ ทำแผนท่ามกลางชาวบ้านนับร้อยแห่แช่ง



นครปฐม-ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นำชุดคลี่คลายคดีนำตัวผู้ต้องหาสองรายที่ก่อเหตุฆ่าเผานางสาวแอนโดยมีประเด็นเรื่องการทวงเงินจากการอ้างว่าจะไปฝากเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลนครปฐม โดยทั้งคู่มีท่าทีนิ่งเฉยซึ่งมีชาวบ้านนับ 100 มาคอยมองดูเหตุการณ์และสาปแช่งด้วยความโหดร้าย โดยคนใกล้ชิดได้สอบถามและเห็นอาการของทั้งคู่พบว่าในเลย์ ผู้ต้องหาฝ่ายชายร้องไห้ก่อนถึงบ้านพักในจุดที่เกิดเหตุ ส่วนนางสาวมิลค์ มีท่าทีนิ่งเฉยและพูดเพียงสั้นสั้นว่าขอโทษเท่านั้น 

วันที่ 24 มีนาคม 68 ที่ ตู้พักสายตรวจตำบลดอนรวก สภ.ดอนตูม จ.นครปฐม พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิตผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พร้อมชุดสืบสวน ชุดอินทรีย์ 7 นำทีมชุดคลี่คลายคดีสอบสอบปากคำ 2 ผู้ต้องหา คือน.ส.ภัทราภรณ์ ลำจวน อายุ 21 ปี หรือมิลค์ และนายณรงค์ชัย สุวรรณแก้ว หรือเลย์ อายุ 26 ปี ซึ่งได้ร่วมกันลงมือสังหารน.ส.ปิยะวรรณ พงษ์เภา อายุ 22 ปี หรือแอน และหั่นชิ้นส่วนร่างกายแยกเพื่อทำลายหลักฐานและทั้งฝัง เผา รวมถึงนำชิ้นส่วนไปทิ้งน้ำในพื้นที่อำเภอดอนตูม จนเป็นข่าวดังที่ประชาชนให้ความสนใจ และเข้ามาติดตามการสอบปากคำรวมถึงการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนับร้อยคน 

จากนั้นพล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิตผบช.ภ.7 ได้นำทีมพร้อมผู้ต้องหาทั้งสองรายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 5 ต. ดอนรวก อ.ดอนตูม จ.นครปฐม โดยเป็นจุดที่มีการสังหารและชำแหละร่างรวมถึงมีการจุดไฟเผาอวัยวะต่างๆตามที่ได้มีการสารภาพมาไว้แต่แรกซึ่งมีประชาชนนับ 100 คนรออยู่ที่บริเวณหน้าบ้านด้วยความสงสัยอีกส่วนหนึ่งได้เข้าไปเกาะติดอยู่ในพื้นที่สวนหลังบ้านซึ่งเป็นจุดที่ได้มีการเผาและ ชำแหละชิ้นส่วนต่างๆซึ่งชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความหัวเทียมของผู้ต้องหาทั้งสองรายโดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปบันทึกภาพในช่วงของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 

พล.ต.ท.นัยวัฒน์ กล่าวว่า หลังจากชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี รับตัวสามีภรรยาคู่นี้จากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายจับในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น" จากนั้นสามีภรรยาคู่นี้รับว่าก่อเหตุฆ่าอำพรางร่างเจ้าหนี้ ที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ อ.ดอนตูม ซึ่งชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ดอนตูม ไปดูที่เกิดเหตุพบพยานหลักฐาน จึง รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครปฐม พิจารณาคำร้องขอหมายจับ ซึ่งศาลพิจารณาออกหมายจับสามีภรรยาคู่นี้ในข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันลอบฝังซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย" ตามหมายจับที่ 271-272/2568 ลงวันที่ 23 มี.ค.2568 

พล.ต.ท.นัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า สามีภรรยาคู่นี้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามพฤติการณ์ในการก่อเหตุตั้งแต่เริ่มก่อเหตุกระทำกับเจ้าหนี้อย่างไร จากนั้นสามีมาขุดดินหลังบ้านทำเป็นหลุม และภรรยาไปเอาฟางมาสุม โดยเริ่มอำพรางร่างตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง ใช้เวลากี่ชั่วโมงจากนั้นนำเศษชิ้นส่วนร่างกายไปทิ้งตรงไหนก่อนหลบไปอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ กระทั่งนำมาสู่การจับกุม 

นอกจากนี้ในเชิงลึก ผู้สื่อข่าวได้ทราบข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้นัดหมายกับผู้ตายให้ไปพบกันที่โรงเลี้ยงวัวแห่งหนึ่งห่างจากบ้านพักประมาณ 4 กิโลเมตรจากนั้นได้มีปากเสียงกันซึ่งได้มีการทำร้ายร่างกายผู้ตายก่อนที่จะช่วยกันนำมาที่บ้านโดยมิลค์ จะเป็นผู้คอยดูต้นทาง ส่วนนายเลย์ เป็นผู้ลงมือสังหารในบ้านโดยวางร่างของนางสาวแอนผู้ตายไว้บนเตียงและใช้มือบีบคอแต่ผู้ตายได้พยายามดิ้นขัดขืนนายเลย์ จึงได้ใช้เข่าทั้งสองข้างกดทับแขนของผู้ตายไว้และได้บีบคอต่อแต่ผู้ตายก็ยังขัดขืนและดิ้นสุดแรงจนทั้งคู่ตกลงมาจากเตียง และนายเลย์ ได้มีการบีบคอจนนางสาวแอนสิ้นใจ จากนั้นทั้งนายเลย์ และนางสาวมิลค์ ได้ช่วยกันยกร่างโดยนายเลย์จับฝั่งหัว และนางสาวมิลค์ จับที่ช่วงขาใส่ผ้ามัดไว้แล้วนำไปขึ้นรถเข็นโดยได้ทำการเผาในคืนนั้นเลยทั้งล่าง แต่ก็ยังมีอวัยวะบางส่วนที่ยังไม่ไม่หมดก็ได้มีการมาเผาซ้ำให้ป่นและนำไปทิ้งที่คลองชลประทานบริเวณประตูน้ำวัดพะเนียงแตก ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาติดตามตรวจสอบปากคำและนำมาส่งที่บ้านจากนั้นจึงได้หลบหนีไปที่จังหวัดเชียงใหม่และถูกจับกุมที่โรงแรมแห่งหนึ่ง

ซึ่งหลังจากมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุที่มีการสังหารแล้วจึงได้มีการควบคุมตัวออกมาเพื่อจะพาไปดูจุดที่ทิ้งซากอวัยวะและจุดที่มีการทำร้ายร่างกายโดยมีเพื่อนสนิทของผู้ตายและญาติมายืนรออยู่ที่ด้านหน้าบ้านและได้ตะโกนสาปแช่งถึงพฤติกรรมอันหดเหี้ยมของสองผัวเมีย 

และจัดการสอบถามผู้ที่ได้เข้าไปพูดคุยกับนายเลย์ และนางสาวมิลค์ บอกว่าช่วงที่มีการควบคุมตัวอยู่ที่ตู้พักสายตรวจดอนรวก ทั้งคู่มีความนิ่งเฉยไม่แสดงอาการวิตกใดใด แต่เมื่อลดควบคุมผู้ต้องหามาถึงที่บ้านพักนายเลย์ ได้ร้องไห้ออกมาแสดงอาการเหมือนความสำนึกผิด ส่วนนางสาวมิลค์ มีท่าทีนิ่งเฉยและไม่ยอมพูดจาใดใดในตลอดช่วงเวลาการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแต่ได้มีคำถามไปว่ารู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ก่อขึ้นเจ้าตัวก็ได้แต่พูดว่าขอโทษจากนั้นก็ได้นิ่งสงบและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปส่งยังศาลจังหวัดนครปฐมเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป