Biz news

'เอสซีจี'ย้ำความเป็นผู้นำรับรางวัล2025  hailand’s Most Admired Brand 



กรุงเทพฯ-เอสซีจี เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้บริโภคที่ประสบความสำเร็จเร็ว พร้อมใช้จ่ายกับเรื่องบ้านที่ถือเป็นทั้งรางวัลชีวิตและตัวแทนของความสำเร็จ หรือเจ้าของบ้านคนรุ่นใหม่ ซึ่งปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยตามไลฟ์สไตล์ของชีวิตในแต่ละช่วงวัย แม้กระทั่งความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม มีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าของบ้านในปัจจุบัน ทำให้ตลาดวัสดุก่อสร้างต้องปรับตัว        เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น

ด้วยความเข้าใจในแนวโน้มดังกล่าว เอสซีจีมุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ โดยเฉพาะสมาร์ทบอร์ดและหลังคา เอสซีจี ซึ่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันให้ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งาน ความสวยงาม และความยั่งยืน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าของบ้านยุคใหม่ให้ดียิ่งขึ้น เอสซีจีได้รับคะแนนโหวตสูงสุดอันดับหนึ่งในหมวดวัสดุก่อสร้าง จากเวที 2025 Thailand’s Most Admired Brand ทั้งในกลุ่ม แผ่นฝ้า ผนัง และพื้น (ไฟเบอร์ซีเมนต์) และกลุ่มกระเบื้องมุงหลังคา ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ครองใจผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจเสมอมา

เอสซีจีกับแนวทางพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

คุณอัญชลี ชวนะลิขิกร Head of Housing Product Solution Business ในธุรกิจ SCG Smart Living/ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไฟเบอร์ซีเมนต์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท เอสซีจี รูฟฟิ่ง จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้วัสดุก่อสร้างต้องสามารถรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าของบ้านยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ดีไซน์ ฟังก์ชัน ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน

“ลูกค้าของเราวันนี้ไม่ได้ต้องการแค่วัสดุ แต่ต้องการ ‘โซลูชัน’ ที่ช่วยให้บ้านของพวกเขาสะท้อนตัวตน และมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด”

จากแนวโน้มดังกล่าว เอสซีจี จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ "Personalized" มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์มากๆ หรือชอบความเรียบง่ายแต่รักษ์โลกมากๆ เป็นต้น ทำให้ต้องใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ให้ตอบทั้งไลฟ์สไตล์และก็ต้องเน้นย้ำเรื่องการรักษ์โลกด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น SCG Green Choice ที่ช่วยให้เจ้าของบ้านมีส่วนร่วมในการรักษ์โลก

นอกจากนี้ เอสซีจียังพัฒนาบริการแบบครบวงจร ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงโซลูชันด้านการอยู่อาศัยได้สะดวกขึ้น เช่น SCG Home Smile และ SCG Housing Expert ที่ช่วยให้การซ่อมแซม ต่อเติม และดูแลบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง

สมาร์ทบอร์ดและหลังคา เอสซีจี มุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยเน้น 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ คุณภาพที่วางใจได้ Green Collaboration มาตรฐานและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

1. สร้างคุณภาพที่วางใจได้ในทุกมิติ

เอสซีจียกระดับมาตรฐานวัสดุก่อสร้าง ด้วยนวัตกรรมที่มุ่งพัฒนาวัสดุที่มีคุณภาพทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งาน และความสะดวกสบาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการออกแบบให้ใช้งานได้อย่างครบวงจร ที่มีมาตรฐานสูงสุด เพื่อให้เจ้าของบ้านมั่นใจได้ในทุกการเลือกสรร

นวัตกรรมวัสดุที่รองรับการใช้งานในสภาพอากาศเมืองไทย

·หลังคา เอสซีจี พัฒนาให้รองรับสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น ด้วยระบบครอบและอุปกรณ์ที่ปรับให้รับมือกับแรงลมสูง รวมถึง วัสดุที่ช่วยสะท้อนความร้อน ลดอุณหภูมิภายในบ้าน

·สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ถูกออกแบบให้มีความทนแดด ทนฝน ติดตั้งง่าย และรองรับทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นฝ้า ผนัง หรือพื้น

นวัตกรรมลดความร้อนและเสียงรบกวน เพื่อความอยู่สบายในการอยู่อาศัย

·หลังคาเมทัล เอสซีจี รุ่น METALUXE มาพร้อมเทคโนโลยี Noise Tech  Shield ลดเสียงฝนตกกระทบได้ดีกว่าสูงสุดถึง 14% เมื่อเปรียบเทียบกับหลังคาเมทัลชีททั่วไป เพิ่มทั้งความเงียบและความสบายในการอยู่อาศัย  

·ฝ้าสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่น MAX ด้วยเทคโนโลยี Super Molecule ที่มีความทนทาน ทนแดด ทนฝน ติดตั้งง่าย และยังมีกลุ่มฝ้า สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี แมกซ์ ระบายอากาศ-โพรเทคชั่น ที่มีรูระบายอากาศสำเร็จพร้อมตาข่ายไฟเบอร์กลาส ช่วยระบายความร้อน ทำให้บ้านเย็นและยังป้องกันแมลงอีกด้วย

·SCG SMART WALL PRIVAZY ผนังกันเสียงนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกและระหว่างห้อง เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องทำงาน และพื้นที่พักผ่อน ด้วยคุณสมบัติแข็งแรง ลดเสียงรบกวน ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย

2. Green Collaboration – สร้างคุณค่าจากวัสดุรีไซเคิล

เอสซีจีเป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนแนวคิด "Turn Waste to Value" ร่วมสร้างคุณค่าจากวัสดุรีไซเคิล โดยร่วมมือกับอุตสาหกรรมต่างๆ ในการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่เพื่อลดขยะก่อสร้าง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับปีนี้จะมีการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดการขยะและนำกลับมาเป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังสร้างผลิตภัณฑ์ที่คงทนและใช้งานได้ยาวนาน

3. ยืนหยัดในมาตรฐานและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

·ฝ้าสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่น MAX ที่พัฒนาเทคโนโลยีสูตรซูเปอร์โมโลกุล ให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อเหนียวมากขึ้น ทำให้สามารถติดตั้งทำงานได้ง่ายสะดวกมากยิ่งขึ้น 

·หลังคาเซรามิก SCG EXCELLA Cresta ที่มีนวัตกรรมการผลิตอย่างพิถีพิถันให้ได้หลังคาคุณภาพสูง ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของเซรามิกแท้ ให้สีสวยไม่ซีดจาง ทนทานทุกสภาวะอากาศแปรปรวน และทำให้บ้านเย็นอยู่สบาย ตอบโจทย์ทุกสไตล์บ้าน อีกทั้งสามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องใช้ Sub Roof 

·การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างนำ AI และ IoT เพื่อช่วยให้การก่อสร้างและการอยู่อาศัยสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เอสซีจีก้าวสู่อนาคตด้วย Inclusive Green Growth เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างที่ยั่งยืน

เอสซีจีเชื่อมั่นว่า อนาคตของวงการก่อสร้างต้องขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน โดยผสานมิติของ ธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณค่าที่ผู้บริโภคได้รับ จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มีความต้องการหลากหลายแบบ (Personalized) อีกทั้งผลิตภัณฑ์ละบริการที่พัฒนาขึ้นจากนวัตกรรมใหม่นี้ก็ช่วยตอบโจทย์การมุ่งสู่การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะพาองค์กรไปให้ถึงเป้า Net Zero ในปี 2593

การได้รับรางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand ในปีนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่เอสซีจีจะเดินหน้าไปสู่อนาคต ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ที่ผู้บริโภคสามารถมั่นใจและไว้วางใจได้เสมอ