Think In Truth
แผนที่ลวง: เบื้องหลังของการเสียดินแดน เขาพระวิหาร โดย: ฟอนต์ สีดำ

ปราสาทพระวิหารมิได้เป็นเพียงโบราณสถานอันงดงาม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้ง ที่สะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างสยามกับจักรวรรดินิยมตะวันตก โดยเฉพาะฝรั่งเศส ในยุคอาณานิคม การสร้างแผนที่และการอ้างอิงทางวิชาการถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดัน และเปลี่ยนแปลงเขตแดนอย่างแนบเนียน จนกลายเป็นปมพิพาทยืดเยื้อระหว่างไทยกับกัมพูชา
การรุกคืบของจักรวรรดินิยมฝรั่งเศส
การเข้ามาของฝรั่งเศสในเวียดนามตั้งแต่พุทธศักราช 2405 ค่อย ๆ ปูทางสู่การครอบงำลาวและกัมพูชา ซึ่งเดิมเป็นรัฐบรรณาการของสยาม ความทะเยอทะยานทางภูมิรัฐศาสตร์นี้สอดคล้องกับการแข่งขันเชิงอาณานิคมกับอังกฤษ ฝรั่งเศสจึงมองสยามเป็นอุปสรรคและเป้าหมายของการกดดัน
กลยุทธ์สร้างความชอบธรรมผ่านแผนที่ลวงโลก
ฝรั่งเศสจัดทำแผนที่ที่ขยายเขตแดนเขมรเกินจริง ครอบคลุมถึงลุ่มน้ำโขงและบางส่วนของจีนตอนใต้ แผนที่เหล่านี้ไม่เพียงเป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ แต่ยังเป็นการสร้างมายาคติทางประวัติศาสตร์ เพื่อใช้ต่อรองกับสยามและสร้างภาพเขมรว่าเคยยิ่งใหญ่กว่าความจริง
บทบาทของนักวิชาการฝรั่งเศส
ยอร์ช เซเดส์ นักโบราณคดีและบรรณารักษ์ชาวฝรั่งเศสมีบทบาทสำคัญในการตีความจารึกและโบราณสถานเขมร แม้งานของเขามีคุณค่าทางวิชาการ แต่ก็ถูกวิพากษ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์อาณานิคม ซึ่งทำให้วิชาการกลายเป็นอาวุธสนับสนุนการล่าอาณานิคม
สนธิสัญญา ค.ศ. 1904 และการบิดเบือน
สนธิสัญญาปี 1904 กำหนดให้ใช้สันปันน้ำบนเทือกเขาดงเร็กเป็นเส้นแบ่งเขตแดน แต่แผนที่ที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้นในปี 1907 กลับไม่ยึดตามข้อตกลง โดยลากเส้นให้อาณาเขตกัมพูชาครอบคลุมพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ทั้งที่ทางภูมิศาสตร์ปราสาทตั้งอยู่บนฝั่งไทยอย่างชัดเจน
กรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร
ความขัดแย้งยืดเยื้อมาจนถึงศตวรรษที่ 20 ไทยและกัมพูชาต่างอ้างสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหาร สุดท้ายกัมพูชายื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ศาลมีคำพิพากษาให้ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา โดยอ้างอิงแผนที่ที่ไทยไม่เคยรับรองอย่างเป็นทางการ
การตีความเชิงลึก
กรณีปราสาทพระวิหารสะท้อนการใช้อำนาจนุ่มนวล (soft power) ของจักรวรรดินิยม ที่ไม่ได้พึ่งเพียงกำลังทหาร แต่ใช้วิชาการ แผนที่ และการทูตเป็นเครื่องมือ ไทยในเวลานั้นแม้พยายามรักษาเอกราช แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากมหาอำนาจได้เต็มที่
สรุป: ปราสาทพระวิหารไม่ใช่เพียงโบราณสถาน แต่คือภาพสะท้อนการปะทะระหว่างอำนาจตะวันตกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บทเรียนครั้งนี้เตือนให้ตระหนักว่า แผนที่มิได้เป็นเพียงเส้นแบ่งเขตแดนบนกระดาษ หากแต่เป็นอาวุธทางการเมืองที่สามารถกำหนดชะตากรรมของประเทศได้
แหล่งอ้างอิง
Anderson, B. (1991). Imagined Communities. London: Verso.
Chandler, D. (2008). A History of Cambodia. Boulder: Westview Press.
Court of Justice. (1962). Case concerning the Temple of Preah Vihear (Cambodia v. Thailand). The Hague.
Tarling, N. (Ed.). (1999). The Cambridge History of Southeast Asia. Cambridge: Cambridge University Press.