GLOBAL C
จีนยกระดับเขตการค้าเสรีไห่หนานด้วย ระบบศุลกากรพิเศษ
การเริ่มดำเนินงานระบบศุลกากรพิเศษที่ครอบคลุมเกาะไห่หนาน (Hainan Free Trade Port) ทั้งหมด นับเป็นก้าวสำคัญของจีนในการขยายการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจระดับสูง ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกระแสกีดกันทางการค้าและความเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน
มาตรการนี้เริ่มมีผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้เกาะไห่หนานทั้งหมด ซึ่งมีพื้นที่กว่า 30,000 ตารางกิโลเมตร เป็นเขตกำกับดูแลศุลกากรพิเศษ ถือเป็นเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วย “ระบบภาษีศุลกากรแบบ 2 ชั้น” หัวใจสำคัญของระบบนี้ คือ แนวคิด “เส้นที่ 1 เปิดกว้างมากขึ้น เส้นที่ 2 อยู่ภายใต้การควบคุม” ซึ่งสะท้อนรูปแบบการเปิดเศรษฐกิจที่แตกต่างจากเขตการค้าเสรีแบบเดิม
“เส้นที่ 1” คือ ช่องทางที่เปิดให้ไห่หนานเชื่อมสู่โลกภายนอก เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุนอย่างเสรี ภายใต้แนวคิดนี้ สินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศและภูมิภาคต่างๆ รวมถึงฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สามารถเข้าสู่ไห่หนานได้อย่างเสรี ภายใต้ระบบศุลกากรที่ผ่อนคลายและง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีการบริโภค ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ขณะที่ “เส้นที่ 2” คือ การกำกับควบคุมการค้าเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ ที่จีนยังคงรักษามาตรฐานการควบคุมศุลกากรเพื่อคุ้มครองตลาดและรายได้ภายในประเทศ ป้องกันการไหลเข้าของสินค้าปลอดภาษีไปทั่วจีนโดยไม่ผ่านด่านตรวจที่เหมาะสม หากสินค้าที่เข้ามายังไห่หนานจากต่างประเทศผ่านเส้นที่ 1 ถูกส่งต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลศุลกากรตามกฎหมายของจีน เช่น การกำหนดภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีการบริโภค
ระบบศุลกากรพิเศษแบบ 2 ชั้น ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการเปิดกว้างที่มากขึ้นใน “เส้นที่ 1” กับการกำกับดูแลที่แม่นยำ มีประสิทธิภาพ ใน “เส้นที่ 2” ทำให้ยังคงการควบคุมตามกฎระเบียบโดยรวมไว้ได้ พร้อมกับขยายการเข้าถึงตลาดให้กว้างขึ้น
หนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีไห่หนาน คือ การขยายขอบเขตนโยบายปลอดภาษีเป็นศูนย์ (zero tariff) อย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนของสินค้าที่ได้รับสิทธิปลอดภาษีเป็นศูนย์ในเขตการค้าเสรีไห่หนาน ถูกปรับเพิ่มจาก 21% เป็น 74% โดยขยายรายการสินค้าที่เกี่ยวข้องจากประมาณ 1,900 รายการ เป็นมากกว่า 6,600 รายการ
สำหรับภาคเอกชน นโยบาย “ภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ อัตราภาษีต่ำ และระบบภาษีที่เรียบง่าย” ช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน โดยบริษัทที่เข้าเงื่อนไขสามารถเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเพียง 15% ไปจนถึงปี 2027
ด้านการท่องเที่ยว ระบบศุลกากรพิเศษนี้ยังช่วยยกระดับบทบาทของไห่หนานในฐานะศูนย์กลางการบริโภคระดับนานาชาติ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายดิวตี้ฟรีได้อย่างเต็มที่ ควบคู่กับมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง เช่น การยกเว้นวีซ่าให้กับพลเมืองจากหลายสิบประเทศ
ระบบศุลกากรแบบพิเศษนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนารูปแบบใหม่ ที่จะเชื่อมโยงการไหลเวียนของสินค้า เงินทุน บุคลากร และข้อมูล เข้ากับทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก พร้อมวางตำแหน่งไห่หนานให้เป็นประตูสำคัญของจีนในยุคการเปิดกว้างสมัยใหม่ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นจีนในการขยายการเปิดกว้างระดับสูง และส่งสัญญาณต่อโลกว่าจีนยังคงเดินหน้าเศรษฐกิจแบบเปิด แม้บริบทโลกจะเปลี่ยนแปลงไป
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : CGTN
