BANGKOK

กทม.ชงชะลอบังคับใช้ข้อบัญญัติควบคุม การเลี้ยงสุนัขและแมว1ปีเพื่อปรับบริการ



กรุงเทพฯ-กทม. เสนอชะลอบังคับใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี ปรับปรุงบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ประชาชน

(7 ม.ค. 69) เวลา 10.00 น. ณ สภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง: นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร ได้เสนอต่อสภากรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาชะลอการบังคับใช้ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ที่จากเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ม.ค. 69 ออกไปอีก 1 ปี เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และขยายการเข้าถึงให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงและทันต่อความต้องการของประชาชน

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ข้อบัญญัติดังกล่าวได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษามาแล้วประมาณ 1 ปี ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว โดยกำหนดให้เจ้าของนำสุนัขและแมวไปฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียน รวมถึงกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการฉีดฝังไมโครชิปให้สุนัขและแมวแล้วกว่า 50,000 ตัว เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้าที่มีเพียงประมาณ 4,000 ตัว มากกว่าเดิมกว่า 10 เท่า สะท้อนถึงความร่วมมือของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานพบว่ายังมีข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่ 1. จำนวนสัตว์เลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ คาดว่ามีหลายแสนตัว ทำให้การให้บริการยังไม่สามารถครอบคลุมได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ 2. รูปแบบการให้บริการยังเน้นศูนย์บริการประจำ 8–10 แห่ง ซึ่งไม่สะดวกสำหรับประชาชนที่เลี้ยงสัตว์จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้เลี้ยงแมวหรือสุนัขหลายตัว จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มหน่วยบริการเชิงรุกและหน่วยบริการเคลื่อนที่

3. ประชาชนบางส่วนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการฉีดฝังไมโครชิป รวมถึงความเข้าใจในบทลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องมีการสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และ 4. เงื่อนไขการต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่พักหรือผู้ให้เช่า ทำให้ผู้เช่าจำนวนมากไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงไปจดทะเบียนได้ เนื่องจากผู้ให้เช่ามักไม่ประสงค์รับภาระความรับผิดชอบ

ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงเห็นสมควรเสนอให้ชะลอการบังคับใช้ข้อบัญญัติดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี เพื่อใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงระบบบริการ ขยายหน่วยบริการเชิงรุก เพิ่มการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และพิจารณาแก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค โดยเฉพาะประเด็นด้านเอกสารยินยอมจากเจ้าของที่พัก

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายในระยะยาวของกรุงเทพมหานคร คือการส่งเสริมความรับผิดชอบของผู้เลี้ยงสัตว์ ลดปัญหาสุนัขและแมวจรจัด และยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์และประชาชน โดยยึดแนวทางจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น การทำหมัน การฉีดวัคซีน และการฉีดฝังไมโครชิป เพื่อให้สามารถติดตามและสร้างความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

"เรื่องของการฉีดฝังไมโครชิปเป็นเรื่องที่หลายประเทศทั่วโลกทำมาแล้ว เป็นมาตรการสากล และประสบความสำเร็จ แก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดได้อย่างยั่งยืน ซึ่ง กทม. ต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อให้เห็นถึงข้อดีและมีความเข้าใจในความปลอดภัย และจะเพิ่มเติมบริการให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนร่วมกันแก้ปัญหากับ กทม." ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในตอนท้าย