BUSINESS
อุตฯเปิด'บ้านดีพร้อมพระราม4'โชว์ผลงาน ปั้นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่สู่อุตฯ5.0
“ธนกร” เปิด “บ้านดีพร้อมพระราม 4” โชว์ผลงานปั้นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ดึงนวัตกรรม & ความคิดสร้างสรรค์ ดันผู้ประกอบการไทยสู่ความยั่งยืนรองรับอุตฯ 5.0
กรุงเทพฯ 8 มกราคม 2569 - รมว.ธนกร เปิด “บ้านดีพร้อมพระราม 4” โชว์ศักยภาพความสำเร็จสู่การเป็นต้นแบบศูนย์กลางผลักดันผู้ประกอบการด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ให้สามารถเติบโตควบคู่กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมพร้อมก้าวสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 8 – 9 มกราคม ณ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 4 ตามแผนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่มุ่งเน้น “ดึงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ดันอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต” พร้อมพัฒนาทักษะบุคลากรภาคอุตสาหกรรมไทยทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 5.0
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกในปัจจุบัน กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยด้วยการมุ่งยกระดับและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ควบคู่กับการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพครบวงจร รวมถึงอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศ พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่ายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมไทยในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล่านี้ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีสามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรม ยังมุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของภาคอุตสาหกรรม ผ่านการยกระดับทักษะ ฝึกอบรม และเชื่อมโยงกับระบบคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อให้บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมของไทย มีสมรรถนะสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 อันจะเป็นทิศทางสำคัญของการเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมด้วยการใช้หัวและใจ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชนให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมตามนโยบาย “MIND as One” ที่มุ่งเน้นการทำงานร่วมกัน เป็นทีมเดียวกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย สถาบันพลาสติก สถาบันสิ่งทอ เป็นต้น รวมถึงหน่วยงานพันธภาคีเครือข่ายอุตสาหกรรมและสมาคมต่าง ๆ อาทิ สมาคมไทยคอมโพสิท เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาและสนับสนุนอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่องค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยี มาตรฐาน ความคิดสร้างสรรค์ไปจนถึงการเชื่อมโยงปัจจัยการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม อันจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกและเป็นการวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เป็นแกนกลางหลักในการเปิดพื้นที่ เปิดโอกาส และเปิดความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยการเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่นวัตกรรมอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เทคโนโลยีการป้องกันภัยพิบัติและความมั่นคงของประเทศ นวัตกรรมวัสดุ และอุตสาหกรรมพื้นฐานไปจนถึงงานออกแบบสร้างสรรค์และผลงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นภาพการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่อย่างชัดเจน
นางสาวณัฎฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ดีพร้อม เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพขีดความสามารถวิสาหกิจไทย เพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจของโลกยุคใหม่ ขณะเดียวกัน ยังเป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมจากหลากหลายสาขา เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง ด้วย 2 แนวทางหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงและการป้องกันประเทศผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีต้นแบบและระบบสนับสนุนอย่างครบวงจร 2. การยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยการออกแบบบนพื้นฐานการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ผสานกับความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในเวทีสากล
โดย ดีพร้อม มีหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อรองรับการทำงานและการให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งในส่วนกลางดีพร้อมเปิดพื้นที่บนถนนพระรามที่ 4 คือ “ดีพร้อมพระราม 4” สำหรับให้บริการผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการ เครื่องมือเทคโนโลยีและนวัตกรรม เครื่องมือทดสอบที่ได้มาตรฐาน รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาแนวคิด สร้างต้นแบบไปจนถึงการต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าในเชิงพาณิชย์ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมไทย นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่กลางสำหรับนักออกแบบ นักพัฒนา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน และ Startup รวมถึงสถาบันเครือข่ายอุตสาหกรรมให้สามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย และร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย
สำหรับกิจกรรม “เปิดบ้านดีพร้อมพระราม 4” ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 9 มกราคม 2569 ณ ดีพร้อมพระราม 4 ภายใต้แนวคิด “ดึงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ดันอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต” ซึ่งเป็นการแสดงถึงศักยภาพของดีพร้อมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรคอันนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาทักษะบุคลากรภาคอุตสาหกรรม รวมถึงให้บริการเครื่องมือและองค์ความรู้ให้เท่าทันกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุปกรณ์ป้องกันภัยพิบัติ โดรน ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานทดแทน อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น อีกทั้ง ยังสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือกับหน่วยงานร่วมดำเนินการที่เป็นคอมมูนิตี้อย่างรอบด้าน รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้เห็นเครื่องมือ เครื่องจักร และสร้างการรับรู้ถึงบริการผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การแสดงผลงานเด่น การอบรมสัมมนา และการจัด Work shop สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและต่อยอดความร่วมมือในอนาคต ทั้งนี้ ดีพร้อม เชื่อมั่นว่า ดีพร้อมพระราม 4 จะเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและพร้อมก้าวสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืน” นางสาวณัฎฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ เพื่อให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สถาบันพลาสติก ได้ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพลาสติก จำนวน 3 ฉบับ ระหว่าง สถาบันพลาสติก ร่วมกับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นการ “ดึง” ศักยภาพและนวัตกรรมจากทุกภาคส่วน และ “ดัน” ผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตควบคู่กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน
