BUSINESS

คปภ.ภูเก็ตลงพื้นที่อ่าวฉลองติดตามเหตุ เพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทรุดดูแลสิทธิฯ



ภูเก็ต-จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว จำนวน 24 ลำ บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อให้การดูแลและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้สั่งการให้นางสาวกาญจนา ศรีรักษา ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้เรือท่องเที่ยวบริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต พร้อมเร่งติดตามและรวบรวมรายงานความเสียหายผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยอย่างเป็นระบบ

จากการลงพื้นที่ร่วมกับนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ รับทราบความเสียหาย และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า เรือสปีดโบ๊ทของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวหลายลำได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ มีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 38,000,000 บาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนเรือที่ได้รับความเสียหาย มูลค่าความเสียหาย รวมถึงข้อมูลด้านการเอาประกันภัย เพื่อเตรียมดำเนินการให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม ในการดำเนินการช่วยเหลือในเบื้องต้น สำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต ได้ประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับประกันภัยและความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ประสานสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เพื่อขอทราบข้อมูลทะเบียนเรือ รวมทั้งประสานพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฉลอง เพื่อขอทราบผลการตรวจสอบและข้อมูลการสอบสวนสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ พร้อมทั้งติดตามและรวบรวมรายงานความเสียหายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการและผู้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย

สำนักงาน คปภ. ยืนยันความพร้อมในการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์และกระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน รวมถึงให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการและผู้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป