LEARNING

นักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศแสดงจุดยืน ต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้ากับสังคมไทยในวันเด็กฯ



กรุงเทพฯ-นิสิตนักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศ แสดงจุดยืนต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมไทย เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569  เรียกร้องให้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับการแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กเยาวชน ต้องปราบปรามเชิงรุก กวาดล้างขบวนการลักลอบขายอย่างจริงจัง

วันนี้ 9 ม.ค. 2569 ที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ และสโมสรนิสิตนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ได้เข้ายื่นแถลงการณ์ 'มาตรการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า' เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 กับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้นายยอดศักดิ์ รักษาแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้แทน

นายจิรัฐพล ใจคำสืบ หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์และข้อมูลองค์กร สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า ในปัจจุบันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ข้อมูลจาก รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พบว่า เด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา - มัธยมศึกษา หรืออายุ 10 - 19 ปี เข้าถึงและสูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 400,000 คน โดยร้อยละ 51 เพิ่งเริ่มสูบในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา บุหรี่ไฟฟ้าทำให้จำนวนนักสูบหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ในอดีตจะมีนักสูบหน้าใหม่เฉลี่ยปีละ 200,000 - 300,000 คน แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มสูงถึงกว่า 700,000 คน

ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ทั้งทางร่างกายต่อผู้สูบเองและผู้ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสอง โดยมีรายงานผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลันที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า (E-cigarette or Vaping use Associated Lung Injury หรือ EVALI) ทั้งในต่างประเทศและประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบุหรี่ไฟฟ้ายังมีอันตรายต่อสุขภาพ อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบ หัวใจขาดเลือด อัมพาตจากเส้นเลือดสมองตีบหรือแตกได้ รวมทั้งทำให้เกิดความสูญเสียทางสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก

นอกจากนี้การเริ่มสูบบุรี่ไฟฟ้า ยังเป็นประตูนำไปสู่การสูบบุหรี่มวน และการเสพสารเสพติดอื่น เช่น กระท่อม กัญชา ยาบ้า ยาไอซ์ ยาเค เฮโรอีน และมีผลต่อการทำงานของสมองลดลง เช่น สมาธิ ความจำ การคิดวางแผน และมีผลทางสุขภาพจิตที่ทำให้มีความเครียดได้ง่ายขึ้น มีภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้หลายประเทศได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายเพื่อให้เด็กใน generation ถัดไป เป็น smoke and vape free generation ไม่สามารถเข้าถึงการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของประชากรที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป

นายคณพศ รักษา นายกสโมสรนักศึกษารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกล่าวว่า สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ และสโมสรนิสิตนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ทั่วประเทศ จึงได้ร่วมกันแสดงจุดยืน ต่อต้านการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ 2569 และคัดค้านการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งถูกกฎหมายในทุกรูปแบบ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับการแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน ดังนี้

1. การยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายโดยเด็ดขาด ซึ่งในปัจจุบันมีช่องว่างของการบังคับใช้กฎหมายที่ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย ทั้งจากแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ โซเชียลมีเดีย คาเฟ่ และร้านค้าใกล้สถานศึกษา ภาครัฐจึงควรใช้นโยบาย ‘ปราบปรามเชิงรุก’ กวาดล้างขบวนการลักลอบจำหน่ายอย่างจริงจัง

2. สร้างความรอบรู้ ความตระหนักรู้ และการรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าให้กับเยาวชนไทย เด็กและเยาวชนไทยยังขาดความตระหนักรู้ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เพียงส่งผลต่อสุขภาพทางกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาวะทางสมอง สติปัญญา และจิตใจ จึงควรเร่งขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เด็กไทยรู้เท่าทันอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า

3. การระดมพลังของเยาวชนเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและเฝ้าระวังในโลกออนไลน์ ปัจจุบันเด็กสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งการกวาดล้างโฆษณาแฝงและเนื้อหาที่ชักจูงให้เด็กและเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการสร้างช่องทางด่วนในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับช่องทางหรือร้านค้าที่ขายบุหรี่ไฟฟ้า และดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างจริงจังทันที

4. การขับเคลื่อนพร้อมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อปรับเปลี่ยนความคิดของเยาวชนไทยไม่ให้มีความคิดว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องปกติทั่วไปอีกต่อไป