LEARNING

ผู้ว่าฯโคราชเปิด'ซิตี้แล็บ'ไทย–เยอรมัน ทดลองพลังงานสะอาดปั้นเมืองอัจฉริยะ



นครราชสีมา-วันนี้ (12 มกราคม 2569) ที่สวนสาธารณะ Art Gallery ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ TGC-EMC หรือความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับ GIZ โดยมี Dominika Kalinowska ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย สำนักงานองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการ “ซิตี้แล็บ” หรือห้องทดลองเมือง มุ่งทดสอบนวัตกรรมด้านพลังงานและการคมนาคมในพื้นที่จริง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นมหานครหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความมุ่งมั่นชัดเจนในการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการซิตี้แล็บ

สำหรับระยะเวลาดำเนินโครงการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยกิจกรรมแรกคือ โครงการรถรับส่งนักเรียนพลังงานสะอาด ซึ่งเริ่มทดลองใช้งานแล้ว เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง จนถึงกลางเดือนมีนาคม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินผล เพื่อพิจารณาการขยายผลในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีแผนทดลอง รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า และนวัตกรรมด้านการคมนาคมรูปแบบอื่น ๆ ตามมาในอนาคต โดยจะดำเนินการเป็นลำดับขั้น พร้อมประเมินผลอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ผู้บริหารโครงการยังเชิญชวนประชาชนชาวโคราชร่วมติดตามและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้โครงการ TGC-EMC ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา ในการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

นาย อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการทดลองระบบขนส่งด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่องเพื่อทดสอบการนำระบบรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้แก้ไขปัญหาการจราจร โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าออกสถานศึกษา ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นระบบเครื่องยนต์ที่สะอาด จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในเมืองได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง เพื่อศึกษารูปแบบที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะไม่ใช่การตัดสินใจโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายด้านการขนส่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และขับเคลื่อนโครงการไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานสะอาดของรัฐบาลที่มีการออกกฎหมายรองรับแล้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาเมืองสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ ตามเป้าหมายของจังหวัดและเทศบาลนครนครราชสีมา โดยระยะเวลาการทดลองจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงช่วงปิดภาคการศึกษา เพื่อเก็บข้อมูล ประเมินผล และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงและเหมาะสมเพียงใด ก่อนจะพิจารณาแนวทางดำเนินการในระยะต่อไป