THAILAND

วัฒนธรรมสิงห์บุรีร่วมกับชมรมสิงห์นุรักษ์ จัดเสวนา'ทำไมเมืองนี้ชื่อสิงห์บุรี'?



สิงห์บุรี-เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 17:30 น. ณ เฌอแคมคาเฟ่ ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรีวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี และชมรมสิงห์นุรักษ์จัดโครงการเสวนาทางประวัติศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ ทำไมเมืองนี้ชื่อสิงห์บุรี กับ 10 เรื่องใหม่น่ารู้เกี่ยวกับสิงห์บุรี   โดยมีนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิด มีนายประสิทธิ์ พุ่มไม้ชัยพฤกษ์ วัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรีกล่าวรายงานฯ พร้อมด้วย นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชนและสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟัง

ซึ่งก่อนการเข้าเสวนา ชมรมสิงห์นุรักษ์ โดย อ.แดนสรวง สิงห์ศิริจันทร์ ประธานชมรมฯ ได้เปิดตัวชมรมอย่างเป็นทางการ พร้อมแนะนำรองประธาน และสมาชิกชมรมสิงห์นุรักษ์ ซึ่งชมรมดังกล่าวเป็นการรวมตัวของผู้ทรงความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 

สำหรับเวทีเสวนา ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงความรู้  อาจารย์ภูธร ภูมะธน , อาจารย์บรรหาร ตันหยง , อาจารย์วันชัย ตระกูลเขียว และนางสาวชวรัตน์ อุลิศ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี  มาเล่าเรื่องตำนาน ประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานของความเป็นสิงห์บุรี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งเก่าและใหม่ ให้คนรุ่นหลังสามารถนำไปต่อยอดเรียนรู้ได้ 

อาจารย์วันชัย ตระกูลเขียว ได้กล่าวถึงตำนานความเป็นสิงห์บุรี การรับฟังเรื่องเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ และการสืบสานเรื่องเล่าสิงห์บุรีต่อๆกันมา จนบันทึกเป็นประวัติศาสตร์

ด้าน อาจารย์ภูธร ภูมะธน ได้กล่าวว่า แม้ว่าปัจจุบันไม่มีหลักฐานประจักษ์ชัดเจน ถึงชื่อจังหวัดสิงห์บุรี ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร  ซึ่งสิงห์บุรีอาจจะมาจากคำว่า ศีล หากฟังจากตำนาน นางพญากาเผือก" คือ ตำนานกำเนิดพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ แม่นางกาเผือก ฟักไข่ 5 ฟองที่หลงไปตามน้ำ แต่ละฟองถูกสัตว์ต่างชนิดเลี้ยงดู คือแม่ไก่ (พระกกุสันธะ), แม่นาค (พระโกนาคมนะ), แม่เต่า (พระกัสสปะ), แม่โค (พระโคตมะ), และแม่ราชสีห์ (พระเมตไตรยะ) ซึ่งประกอบกับวัดไลย์ท่าโขลง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี  มีสัญลักษณ์สิงห์เป็นจำนวนมาก เพื่อสื่อให้เห็นถึง ความเชื่อมโยงระหว่างสิงห์กับพระศรีอารย์ 

เพราะฉะนัั้น คำว่า สิงห์ ของจังหวัดสิงห์บุรี อาจจะหมายถึงศีล  หรือศีลธรรม  ที่มีความเชื่อมโยงกับพระศรีอริยเมตไตรยก็เป็นได้ 

 นอกจากนี้  นางสาวชวรัตน์ อุลิศ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินทร์บุรี ได้กล่าวถึงการรวมสามหัวเมือง คือ เมืองสิงห์ เมืองอินทร์และเมืองพรหม การพบหลักฐานจากธงประจำเมือง และตราสัญลักษณ์การรวมเมือง 

ด้านอาจารย์บรรหาร ตันหยง ได้กล่าวถึงการเสด็จตรวจราชการ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้ชมเชยการพัฒนาเส้นทางเพื่อรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองสิงห์บุรีในสมัยนั้น คือการทำถนน เรียบริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง ในการตรวจตราโจรผู้ร้าย ซึ่งถนนเส้นดังกล่าว คือถนนวิไลจิตต์ในปัจจุบันนั่นเอง

และนี่คือส่วนหนึ่งในการเสวนา ของนักวิชาการทั้ง 4 ท่าน เพื่อให้ผู้คนได้เห็นรากเหง้าความเป็นวัฒนธรรมของจังหวัดสิงห์บุรี ที่ยังมีอีกมากมายให้ค้นหา ซึ่งหลังจากนี้ ทางชมรมสิงห์นุรักษ์ จะได้เรียบเรียงและแชร์องค์ความรู้ความเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกิดคุณค่า และแสวงหาแนวทางที่เป็นประโยชน์เพื่อสืบสาน และสร้างสรรค์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดสิงห์บุรีพร้อมบันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังสามารถสืบค้นได้ต่อไป