THAILAND

บพท.ใช้'กลไกกลาง'ยกระดับศก.ฐานราก ' ดันธุรกิจชุมชนสู่ตลาดใหญ่–ตลาดโลก



สงขลา-บพท.ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วย “กลไกกลาง” SIE CLUSTER ดันธุรกิจชุมชนสู่ตลาดใหญ่–ตลาดโลก สร้างรายได้กว่า 700 ล้านบาท

วันนี้ 18 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา มีการจัดงานการสัมมนา “เครือข่ายพลังคลัสเตอร์ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากขยายตลาดภายใน เปิดตลาดใหม่ต่างประเทศ” โดยมี ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการพัฒนาระดับพื้นที่เป็นประธานกล่าวเปิดงาน มี ผศ.ดร.อัสมัน แตอาลี ผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีเปิดงาน

งานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ “โครงการเครือข่ายภายใต้โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยในงานได้มีการจัดกิจกรรมนำเสนอสินค้าจากโครงการคลัสเตอร์ พร้อมไปกับกิจกรรมการส่งเสริมการตลาดของสินค้า SIE และจังหวัดแก้จน ( SRA ) ในภาคใต้ ในรูปการส่งเสริมการตลาดสินค้ารูปแบบ Onsite Marketingและ Online Marketing

ภายในงานมีการบรรยายและเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองในเรื่องการเชื่อมต่อกลไกการผลิตและการค้าเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากโดยผู้บริหารและผู้แทนจากองค์กร หน่วยงาน ธุรกิจชุมชน คณาจารย์จากมหาวิทยาลัย และผู้ทรงคุณวุฒิ จากหน่วยงานต่างๆ

ผู้เข้ามาร่วมงานยังจะได้เลือกชมสินค้าซึ่งเป็นผลผลิตคุณภาพจาก โครงการคลัสเตอร์ และผลิตภัณฑ์ชุมชนในงานแสดงสินค้า OTOP City &SME to Songkhla จัดระหว่างวันที่ 16 ถึง 25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ 60 มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลาด้วย

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา เปิดเผยว่า สำหรับโครงการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วย “กลไกกลาง” หรือ SIE Cluster (Social Innovation Enterprise Cluster) ถือเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่าง 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สมาพันธ์ SME ไทย และเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจชุมชนไทยให้สามารถเชื่อมต่อกับตลาดขนาดใหญ่และตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการวิเคราะห์ปัญหาธุรกิจชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย มีกำลังการผลิตและรายได้จำกัด ขาดอำนาจต่อรอง และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดขนาดใหญ่ที่ต้องการสินค้าในปริมาณมากและมีมาตรฐานสม่ำเสมอได้ จึงได้ปรับแนวคิดจากการส่งเสริมรายย่อยแบบแยกส่วน มาเป็นการสร้าง “เครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม” หรือ SIE Cluster ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกกลางขนาดใหญ่ (Large Scale Social Enterprise)

ภายใต้โมเดลดังกล่าว มหาวิทยาลัยทำหน้าที่นำองค์ความรู้ งานวิจัย วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เข้าไปสนับสนุนการจัดตั้งกลไกกลาง เพื่อทำหน้าที่เจรจาธุรกิจกับตลาดที่มีความต้องการชัดเจน ควบคุมและยกระดับมาตรฐานการผลิตของชุมชนให้ตรงตามความต้องการของตลาด รวมถึงบริหารจัดการและรวบรวมสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ และเสริมพลังให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถรวมกลุ่มดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดระยะเวลาดำเนินงานประมาณ 18 เดือน โครงการสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและโครงสร้างธุรกิจ โดยสร้างรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 700 ล้านบาท กระจายประโยชน์ไปยังผู้ประกอบการและประชาชนกว่า 16,000 คน จากหลายร้อยกลุ่มทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดตั้งกลไกกลางได้ถึง 16 กลไก ใน 7 คลัสเตอร์ธุรกิจสำคัญ
หนึ่งในความร่วมมือสำคัญ คือ การเชื่อมโยงตลาดตะวันออกกลาง    โดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบีย ผ่านเครือข่ายสมาพันธ์ SME ไทยในซาอุฯ เพื่อเจาะตลาดสินค้าฮาลาลซึ่งมีความต้องการสูง พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาแนวคิด “เทรดเดอร์ชุมชน” หรือ Community Trader ซึ่งเป็นตัวกลางของชุมชนเอง ทำหน้าที่รับรองสินค้า ทดลองตลาด และควบคุมคุณภาพและปริมาณให้ได้มาตรฐานสากล โดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัทเอกชนรายใหญ่เพียงอย่างเดียว

โครงการยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในระยะยาว ผ่านการกำหนดกติกาการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม การนำกำไรย้อนกลับไปดูแลเกษตรกรและผู้ผลิตต้นน้ำ รวมถึงการพัฒนาสินค้าร่วมกันให้ตรงกับความต้องการของตลาดโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าท้องถิ่นของไทยสามารถก้าวสู่ตลาดขนาดใหญ่และตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน หากมีกลไกกลางที่เข้มแข็ง มีตลาดรองรับที่ชัดเจน และมีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในระยะยาว