BANGKOK
กทม.จัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียยึด 'ผู้ก่อมลพิษ เป็นผู้จ่าย'นำร่อง22เขต
กรุงเทพฯ-กทม. จัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ยึดหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” นำร่องพื้นที่บริการ 22 เขต
นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของ กทม. ว่า กทม. ได้กำหนดแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียตามหลักการ “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle)” ซึ่งจะเริ่มจัดเก็บใน 22 เขต ที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการของโรงควบคุมคุณภาพน้ำ 8 แห่งของ กทม. เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2547 อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 92 กำหนดให้ กทม. สามารถให้บริการแก่เอกชน ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น และเรียกค่าบริการได้ โดยมาตรา 114 ระบุ กทม. อาจออกข้อบัญญัติเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้ หรือผู้ได้รับประโยชน์จากบริการสาธารณะที่ กทม. จัดให้มีขึ้นได้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และมาตรา 97 กำหนดให้ข้อบัญญัติดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา กทม. จากอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว กทม. จะสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียได้ในพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสีย ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่ที่เจ้าของ หรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดน้ำเสียต้องชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย 22 เขตที่อยู่ในพื้นที่การให้บริการของโรงควบคุมคุณภาพน้ำทั้ง 8 แห่งของ กทม. ตามประกาศเท่านั้น และยังไม่สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมในพื้นที่อื่น ที่นอกเหนือจากที่ประกาศไว้ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่มีการให้บริการบำบัดน้ำเสีย ขณะที่การกำหนดอัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียเป็นไปตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย แบ่งเป็น 3 อัตรา ตามประเภทแหล่งกำเนิดน้ำเสียที่กำหนด ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราที่คำนวณบนพื้นฐานของค่าเดินระบบและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสีย (Operation and Maintenance : O&M) ของ กทม. โดยไม่รวมถึงค่าลงทุนในการก่อสร้างระบบบำบัดและระบบรวบรวมน้ำเสีย เนื่องจากคำนึงถึงภาระที่ประชาชน หรือแหล่งกำเนิดน้ำเสียต้องแบกรับ จึงพิจารณากำหนดอัตราที่ครอบคลุมค่าเดินระบบและค่าบำรุงรักษาเป็นหลัก เนื่องจาก กทม. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ให้บริการแก่ประชาชน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการนำข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 รวมถึงระเบียบและประกาศกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้องทั้ง 7 ฉบับ มาบังคับใช้ ยังมีข้อจำกัดในการปฏิบัติและมีความสัมพันธ์กับกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการปรับแก้รายละเอียดบางประเด็นให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างสมบูรณ์ ส่วนการยกเว้นค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียและการขอรับบริการบำบัดน้ำเสียซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น ๆ ได้มีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะมีการหารือเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุง หรือแก้ไขข้อกฎหมายให้สอดคล้องกันต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ในระยะแรก กทม. จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียเอง แต่ได้มีการหารือถึงแผนในอนาคตเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการให้การประปานครหลวง (กปน.) ออกใบแจ้งหนี้ค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียให้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางในการปฏิบัติ รูปแบบของใบแจ้งหนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และงบประมาณดำเนินการในเรื่องดังกล่าว
สำหรับกรณีมีข้อสังเกตการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียเฉพาะในพื้นที่ที่มีการให้บริการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งอาจเกิดความเท่าเทียมในมิติของการให้บริการ แต่ไม่เท่าเทียมในฐานะผู้ก่อให้เกิดมลพิษ เนื่องจากผู้ที่อยู่นอกพื้นที่ให้บริการและก่อมลพิษในลักษณะเดียวกันไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมด้านต้นทุน อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ รวมถึงค่าครองชีพของประชาชนที่แตกต่างกันระหว่างพื้นที่ในและนอกเขตให้บริการนั้น ปัจจุบันแหล่งกำเนิดน้ำเสียทุกประเภทอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ หรือ พ.ร.บ.โรงงานฯ ซึ่งได้กำหนดมาตรการให้แหล่งกำเนิดน้ำเสียต้องควบคุมมลพิษทางน้ำให้ได้มาตรฐานตามประเภทอาคาร หรือกิจการนั้น ๆ โดยต้องมีต้นทุนในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะอยู่ใน หรือนอกพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสีย แต่หากแหล่งกำเนิดน้ำเสียอยู่ในพื้นที่บริการที่มีระบบบำบัดน้ำเสียที่สามารถบำบัดน้ำเสียได้จนมีคุณภาพน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กฎหมายกำหนด ก็สามารถยื่นขอยกเว้นค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียได้ โดยไม่กระทบต่อภาระทางการเงิน หรือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกันแหล่งกำเนิดน้ำเสียที่อยู่ในพื้นที่บริการสามารถขอรับบริการบำบัดน้ำเสียจาก กทม. โดยการเชื่อมต่อท่อน้ำเสียเข้ากับระบบรวบรวมน้ำเสียของ กทม. ได้ โดยต้องปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียขั้นต้นให้ได้มาตรฐานตามประกาศกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง แทนการเดินระบบบำบัดน้ำเสียเต็มรูปแบบเช่นเดิม และชำระค่าบำบัดน้ำเสียให้แก่ กทม. แทน ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการเดินระบบบำบัดน้ำเสียเองแบบเต็มรูปแบบ และในปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษได้กำหนดให้แหล่งกำเนิดน้ำเสียต้องมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียตามกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการเชื่อมต่อท่อน้ำเสียเข้ากับระบบของ กทม.
นอกจากนี้ กทม. ได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบของมลพิษทางน้ำต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ก่อนการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและมีแผนประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการน้ำเสียและการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป
