BANGKOK
'ชัชชาติ'ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เมืองอัจฉริยะ นำเทคโนโลยีสู้วิกฤตPM2.5
กรุงเทพฯ-กทม. ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เมืองอัจฉริยะ นำเทคโนโลยีสู้วิกฤต PM2.5 ดันกรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาฝุ่น เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนเมือง
( 19 ม.ค. 69 ) เวลา 10.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงานแถลงข่าว และกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง วิสัยทัศน์เมืองอัจฉริยะ เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืน โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่กรุงเทพมหานครใช้ในการบริหารเมือง และการจัดการฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการตรวจสอบต้นตอ การพยากรณ์ล่วงหน้า และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน อาทิ
1. เทคโนโลยีติดตามและพยากรณ์ (Monitoring & Forecasting) ได้แก่ แอปพลิเคชัน AirBKK: ใช้แสดงค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ โดยดึงข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วกรุงเทพฯ และมีการยกระดับการพยากรณ์ล่วงหน้าจาก 3 วัน เป็น 7 วัน เพื่อให้ประชาชนวางแผนล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น ระบบแจ้งเตือนผ่าน Line Alert และ Cell Broadcast: กทม. ใช้การแจ้งเตือนผ่านโซเชียลมีเดียและกำลังพัฒนาระบบ Cell Broadcast เพื่อส่งข้อความเตือนเข้ามือถือประชาชนในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงทันที ดาวเทียมและ AI: ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์การกระจายตัวของฝุ่นและจุดความร้อน (Hotspot)
2. เทคโนโลยีควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น (Source Control) ได้แก่ Traffy Fondue: นวัตกรรมยอดฮิตที่เปิดให้ประชาชนถ่ายรูปและแจ้งเบาะแสการเผาขยะในที่โล่ง หรือรถเมล์ควันดำ โดยระบบจะส่งพิกัดไปยังเจ้าหน้าที่เขตเพื่อเข้าไประงับเหตุได้ทันที ระบบ CEMS (Continuous Emission Monitoring System): ให้โรงงานขนาดใหญ่ใน กทม. ติดตั้งเครื่องตรวจวัดการระบายมลพิษแบบต่อเนื่อง เพื่อส่งข้อมูลการปล่อยควันแบบเรียลไทม์มายังส่วนกลาง Low Emission Zone (LEZ): ใช้ระบบคัดกรองรถยนต์ที่ผ่านเข้าเขตมลพิษต่ำที่กำหนด (เช่น เขตปทุมวัน และขยายผลสู่ 50 เขต) โดยมีการใช้ระบบลงทะเบียน "บัญชีสีเขียว" (Green List) สำหรับรถบรรทุกที่ผ่านการตรวจสภาพเพื่ออนุญาตให้เข้าพื้นที่ได้
3. นวัตกรรมด้านสุขภาวะและพื้นที่ (Health & Environment) ได้แก่ ห้องปลอดฝุ่น (Clean Air Room): การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศและระบบแรงดันบวกในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนสังกัด กทม. เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับกลุ่มเปราะบาง กำแพงสีเขียว (Green Barrier): การใช้เทคโนโลยี GIS วางแผนปลูกต้นไม้เชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของเมือง เพื่อดักจับฝุ่นที่พัดมาจากนอกพื้นที่ Sensor ท้องถนน: ร่วมมือกับภาคเอกชนติดตั้ง Sensor วัดคุณภาพอากาศตามจุดต่าง ๆ บนท้องถนน เพื่อเก็บข้อมูลฝุ่นระดับ Micro-scale
4. การบริหารจัดการเมืองดิจิทัล (Smart Management) ได้แก่ ระบบ WFH Platform: กทม. มีระบบลงทะเบียนเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เมื่อค่าฝุ่นพยากรณ์แตะระดับสีแดง จะมีการแจ้งประสานงานผ่านแพลตฟอร์มเพื่อให้พนักงานทำงานที่บ้าน ลดมลพิษจากการเดินทางได้ทันที
ทั้งนี้ บริษัท กรีนไอโอ จำกัด และบริษัท ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ประกาศความร่วมมือกัน เพื่อนำเทคโนโลยี Edge AI และ AI บนอุปกรณ์ (On-device AI) มาใช้รับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทย ภายใต้แนวคิด Tech for Good โดยมุ่งพัฒนาระบบรถตรวจวัดคุณภาพอากาศอัจฉริยะ ที่ประมวลผลข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ รวดเร็ว ประหยัดพลังงาน และปลอดภัยด้านข้อมูล โดยไม่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เหมาะสำหรับติดตั้งในโรงเรียน โรงพยาบาล และชุมชน โดยการแถลงข่าวครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โรงแรมสกายวิว เขตคลองเตย
