GLOBAL C

บทวิเคราะห์จีนอัปเกรดรถไฟความเร็วสูง อย่างต่อเนื่อง



ณ สิ้นปี ค.ศ. 2025 จีนมีระยะทางในการให้บริการรถไฟความเร็วสูงแตะ 50,000 กิโลเมตร แซงหน้าระยะทางการให้บริการโดยรวมของทุกประเทศทั่วโลก และครองอันดับหนึ่งของโลก

ย้อนไปเมื่อปี 2008 รถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงปักกิ่ง-นครเทียนจิน ได้เปิดให้บริการเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการเปิดยุคของรถไฟความเร็วสูงของจีน ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา รถไฟความเร็วสูงของจีนเติบโตและพัฒนาเป็นเครือข่ายที่หนาแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว จนได้รับการขนานนามว่า จีนเป็นประเทศที่นอนบนรางรถไฟ

เทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของจีนมีการพัฒนาและอัปเกรดอย่างต่อเนื่อง จนมีระบบเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ สามารถปรับให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่ซับซ้อน เช่น หนาวจัด ความชื้นสูง พายุทราย และที่ราบสูง

รถไฟความเร็วสูงของจีนใช้ความเร็วเพื่อย่นระยะทางและเวลา ทำให้เส้นทางระหว่างเมืองต่างๆ พัฒนาเป็น “วงเวียนการเดินทางประจำวัน” และ “วงเวียนเศรษฐกิจแบบไปเช้าเย็นกลับ” ส่งเสริมการไหลเวียนอย่างมีประสิทธิภาพและการจัดสรรทรัพยากรอุตสาหกรรม บุคลากร และเงินทุนเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมในพื้นที่ที่กว้างขึ้น ปรับภูมิทัศน์การพัฒนาเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน จีนมี 13 มณฑลและเขตทั่วประเทศที่มีระยะทางเดินรถไฟความเร็วสูงกว่า 2,000 กิโลเมตร  อย่างเช่น  มณฑลกวางตุ้ง มณฑลเหอหนาน มณฑลหูหนาน มณฑลหูเป่ย และเขตกวางสี เป็นต้น พื้นที่ดังกล่าวได้บรรลุเป้าหมาย “ทุกเมืองมีรถไฟความเร็วสูง” แล้ว

จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนครอบคลุมร้อยละ 97 ของเมืองทั่วประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน ขณะเดียวกัน กลุ่มเมืองภายในรัศมี 500 กิโลเมตร สามารถเดินทางถึงกันได้ด้วยรถไฟความเร็วสูงในเวลาเพียง 1 - 2 ชั่วโมง ขณะที่เมืองในรัศมี 1,000 กิโลเมตร สามารถเดินทางถึงกันได้ภายใน 4 ชั่วโมง และเมืองภายในรัศมี 2,000 กิโลเมตร ก็สามารถเดินทางถึงกันได้ในลักษณะ "ออกเดินทางตอนเช้าและถึงตอนเย็น" เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนสามารถขนส่งผู้โดยสารได้วันละ 16 ล้านคน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รถไฟความเร็ว 200-250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ขนส่งผู้โดยสารทั้งหมด 12,800 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 80 ของยอดผู้โดยสารรถไฟทั้งหมดของจีน และได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการขนส่งผู้โดยสารระยะกลางและทางไกลในจีน

ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีนจะเข้าสู่เฟสใหม่ โดยจะมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อภายในกลุ่มเมืองหลักและเขตมหานครต่างๆมากขึ้น ตัวอย่างเช่น มณฑลหูเป่ย ภาคกลางของจีนเสนอให้เชื่อมต่อทางรถไฟความเร็วสูงสายหลักตามแนวแม่น้ำแยงซีและทางรถไฟความเร็วสูงปักกิ่ง-เขตฮ่องกง และปรับปรุงเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของมณฑลหูเป่ยโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ชุมทางรถไฟเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกมณฑลหูเป่ย ส่วนมณฑลกวางตุ้งทางใต้ของจีนได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า จะส่งเสริมการวางแผนและการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงมาตรฐานสูงที่เชื่อมต่อกับกรุงปักกิ่ง-นครเทียนจิน-มณฑลเหอเป่ย ทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี-เมืองเฉิงตู-นครฉงชิ่ง ส่งเสริมการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่ออกจากมณฑลกวางตุ้ง ทางรถไฟความเร็วสูงที่ข้ามแม่น้ำและข้ามทะเล เพื่อสร้างเป็นเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูงอ่าวเมืองจูไห่-เขตฮ่องกง-เขตมาเก๊า

ด้านมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนจะส่งเสริมการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตามแนวชายฝั่งทะเล เร่งปรับปรุงทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมือง และเร่งปรับปรุงการขนส่งทางรางระหว่างเมืองสำคัญ นอกจากนี้ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ เมืองหางโจว เมืองกวางโจว เมืองเซินเจิ้น ฯลฯ ต่างมีแผนจะอัปเกรดทางรถไฟความเร็วสูงด้วย ขณะเดียวกัน จีนยังจะมุ่งเน้นการก่อสร้างทางรถไฟแม่เหล็กลอยตัวความเร็วสูง หรือ แม็กเลฟ (Maglev) ด้วย ซึ่งจะเป็นทิศทางที่สําคัญในการอัปเกรดและปรับปรุงคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของจีน ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างเส้นทางทดสอบทางรถไฟแม็กเลฟความเร็วสูง 600 กม./ชม. ในกลุ่มเมืองหรือเขตเมืองใหญ่ที่มีความต้องการด้านการคมนาคมขนส่งสูง นอกจากนี้ เมืองกวางโจว เมืองเซินเจิ้น เมืองหางโจว เมืองเฉิงตู และนครฉงชิ่ง ต่างระบุอย่างชัดเจนว่า จะพัฒนาระบบรถไฟแม็กเลฟความเร็วสูงด้วย

คาดว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนจะยังคงอัปเกรดไปในทิศทางที่เป็นอัจฉริยะ บูรณาการ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อแสดงบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสังคม ส่งเสริมการพัฒนาภูมิภาคที่สอดประสานกัน และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ

เขียนโดย โจว ซวี่ ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)