IN NEWS

นายกฯดันไทยเป็นฮับด้านอาหารและยา อย.เอกซ์โป2026สะพานเชื่อมSMEสู่โลก



กรุงเทพฯ-นายกฯ เปิดงานมหกรรม อย. Expo 2026 “From Local to Global” ส่งเสริมสมุนไพรไทย ที่ไม่เพียงเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ยังเป็นกลไกสำคัญช่วยสร้างความมั่นคงทางยาและสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชนด้วยทรัพยากรภายในประเทศ

วันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ฮอลล์ 2 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569 (มหกรรม อย. EXPO 2026 “From Local to Global”) โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารยา​(อบ.)​ นายมณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย

นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยืนแสดงความอาลัย จากนั้นชมการแสดงการวาดทรายแสดงความเป็นมาของ อย. “ จากเมล็ดพันธุ์ สู่มาตรฐานโลก” และรับฟังรายงานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “อาหารและยา” เป็นปัจจัยพื้นฐานของความมั่นคงของมนุษย์และความมั่นคงของชาติ วิกฤตการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ ภัยพิบัติ ภาวะโลกร้อน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนบทเรียนสำคัญว่าประเทศใดสามารถพึ่งพาตนเองด้านอาหารและยาได้ ประเทศนั้นย่อมมีความมั่นคง มีความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตและสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืนกว่า ยิ่งในตอนนี้ หากใครติดตามการประชุม World Economic Forum คงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลายประเทศจะมีปัญหาขาด supply ทางอาหารและยา หรือต่อให้ไม่ขาดก็ต้องซื้อในราคาที่แพงขึ้นมากจากมาตรการทางภาษี และการกีดกันทางการค้า

ประเทศไทย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีภาคเกษตรกรรมเป็นสัดส่วนสำคัญ มี อย. คอยดูแลทั้งเรื่องมาตรฐาน และการจำหน่ายยา ไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารรายใหญ่ของโลก มีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็ง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้ให้ประเทศ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหารและยา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสถียรภาพของประเทศในระยะยาว 

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยมีรากฐานที่ดีแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ การมองไปข้างหน้า และวางตำแหน่งประเทศใหม่ โดยไม่ใช่เป็นเพียงผู้ส่งออกอีกต่อไป แต่เป็นประเทศที่สามารถเป็นพันธมิตรกับประเทศต่างๆ ในฐานะผู้สร้าง “ความมั่นคงทางอาหาร” หรือเป็น hub ความมั่นคงทางอาหารให้กับโลกได้ ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับจากการส่งออกวัตถุดิบไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม การแปรรูป การสร้างนวัตกรรม และการสร้างแบรนด์ที่สะท้อนคุณภาพ และความปลอดภัยในทุกห่วงโซ่การผลิต 

ในด้านยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สามารถต่อยอดได้อย่างมาก โดยเฉพาะสมุนไพรไทย ซึ่งอยู่ในอันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับ 4 ของเอเชีย อุตสาหกรรมสมุนไพร ไม่เพียงเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางยา ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชนด้วยทรัพยากรภายในประเทศ

ในทุก “โอกาส” ของประเทศเหล่านี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะ อย. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องมือแพทย์ให้มีการผลิตและจำหน่ายอย่างถูกต้อง มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และความปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างความมั่นคงด้านอาหารและยา รวมทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลก ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ อย. ควบคุมกำกับนั้น มีอยู่เป็นจำนวนมาก และล้วนแต่เป็นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น เมื่อเห็นเครื่องหมาย อย. กำกับที่ฉลากสินค้า ก็ทำให้มีความเชื่อมั่นในสินค้านั้นตลอดมา

“การจัดงานมหกรรม อย. Expo 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ คุณภาพ และความมั่นคงของชาติเข้าด้วยกัน ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ให้สามารถพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมสุขภาพ ยกระดับมาตรฐาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และสมุนไพรของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก แนวคิด “From Local to Global” ถือเป็นแนวคิดที่ถูกที่ ถูกเวลา งานในครั้งนี้จะช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และสมุนไพรของไทยสู่ตลาดใหม่ๆ ซึ่งกำลังมีความต้องการ”

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข และ อย. ที่ได้ร่วมกันจัดงานมหกรรม อย. Expo 2026 ขึ้น ขอให้การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และขอให้ความรู้ ความร่วมมือ และเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากงานนี้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพ และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและยาของประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีวางมือกดปุ่มเปิดงานมหกรรมฯ อย่างเป็นทางการก่อนถ่ายรูปร่วมกับคณะผู้บริหารและคณะทูตานุทูต และชมบูทนิทรรศการ