TECH & AI

เอ็นไอเอเปิดลิสต์5นวัตกรรมฝีมือคนไทย ไอเทมต้องลองปี2026



ก้าวข้ามปีใหม่ได้เกือบ 1 เดือน เชื่อว่าหลายคนมีเป้าการใช้ชีวิตที่ชัดเจนขึ้น โดยมุ่งเน้นเรื่องความสุขและความสมดุลมากขึ้น ทั้งการดูแลร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแต่มีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การนำ “นวัตกรรม” เข้ามาช่วยเป็นสะพานเชื่อมให้การใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากกว่าที่เคย โดยในปีใหม่นี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมประเทศไทยเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ขออาสาพาไปส่องนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตยุคใหม่ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสิ่งแวดล้อม การปรับไลฟ์สไตล์ให้ทันสมัยและยั่งยืน การดูแลสุขภาพกายและใจ ไปจนถึงการสร้างสังคมที่ใส่ใจทุกคน เพื่อชวนคนไทยเปิดใจรับพลังของนวัตกรรมในการก้าวสู่ปีใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีกว่าอย่างแท้จริง

Molly Ally ... นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

หลายคนมักเริ่มต้นปีกับการตั้งปณิธานในการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการดูแลสุขภาพก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของอาหารการกิน เพราะรสชาติที่อร่อยบางครั้งก็มักตรงข้ามกับสุขภาพที่ดี ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแต่ยังคงรสชาติที่อร่อย "Molly Ally" นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้แพ้แลคโตส และชาววีแกน ผลิตภัณฑ์นี้ใช้กระบวนการ Emulsify Integrated System ที่รวมกระบวนการพาสเจอไรเซชันและโฮโมจีไนเซชันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาเนื้อสัมผัสที่ไม่เสถียรของไขมันพืช ทำให้เนื้อไอศกรีมเนียนนุ่ม ไม่แยกชั้น ลดการเกิดเกล็ดน้ำแข็ง และสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นาน 12 เดือน โดยจะใช้พืชเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น อัลมอนด์ มะพร้าว ถั่วเหลือง และโอ๊ต ทดแทนการใช้นมวัว ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ไม่เพียงแต่มีคุณภาพเทียบเท่ากับไอศกรีมนมวัวเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับการบริโภคของหวานแต่ยังได้ดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน

Mind Card ... เพื่อนแท้ดูแลใจ เพราะไลฟ์สไตล์มีมากกว่าแค่การใช้ชีวิต

ในยุคที่สังคมเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความกดดัน ส่งผลให้วิกฤตปัญหาด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าในกลุ่มอายุ 20-24 ปี สูงถึงร้อยละ 20.5 ขณะที่การศึกษาในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยไทยพบว่าร้อยละ 45 มีความเครียดในระดับสูง และร้อยละ 28 มีภาวะซึมเศร้า สาเหตุมาจากความกดดันทางการเรียน ความคาดหวังจากครอบครัว ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตการทำงาน และผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัญหาสุขภาพใจที่เกิดขึ้นเหล่านี้ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่จะมาช่วยดูแลสุขภาพใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ก็คือ "Mind Card...เพื่อนแท้ดูแลใจ" เว็บแอปพลิเคชันที่เข้ามาเปลี่ยนแนวทางการดูแลสุขภาพจิตจากเชิงรับสู่เชิงรุก ด้วยการนำจิตวิทยาเชิงบวกมาพัฒนาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถดูแลตนเองได้ก่อนที่ปัญหาจะเพิ่มความรุนแรง แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบโดยดึงความสนใจผ่านความเชื่อเรื่องดวงและโชคชะตา ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่ากำลัง "กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง" ผ่านการเลือกการ์ดให้ตรงตามสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ ซึ่งเป็นการเปิดกระบวนการคิด สร้างการรับรู้ และนำเข้าสู่การสะท้อนทบทวนตัวเอง จากนั้นระบบจะแสดงผลความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในภาพรวม และระบบ AI จะสร้างคำแนะนำเฉพาะบุคคล ทำให้ผู้ใช้งานได้เรียนรู้วิธีการจัดการอารมณ์ ทำความเข้าใจความคิด และค้นหาเส้นทางในการรับมือกับความท้าทายด้วยตัวเอง และยังมีการติดตามความคืบหน้าและปรับปรุงแผนดูแลตามความต้องการ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อภาวะซึมเศร้า ความกังวล และความเครียด ซึ่งเป็น 3 สาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพจิตในนักศึกษา นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้แค่เป็นเครื่องมือดูแลจิตใจ แต่คือการสร้างระบบป้องกันที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่มีพลังใจที่แข็งแรง สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากในชีวิตไปได้ ถือเป็นการสร้างสังคมที่ใส่ใจสุขภาวะทางจิตใจอย่างแท้จริง

เชียงใหม่ แจ๊ส ซิตี้ - วอล์ควิง (WalkWing) ... ท่องเที่ยวสุขใจไปกับเมืองท่องเที่ยวตัวท็อป

ไลฟ์สไตล์ที่ดีในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงแค่การใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย แต่ยังรวมถึงการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนและสังคม และหนึ่งในนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์คนไทยได้อย่างน่าสนใจคือโครงการ "เชียงใหม่ แจ๊ส ซิตี้" โดย เชียงใหม่ ถือเป็นเมืองหนึ่งที่มีระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่ดี และยังเป็นศูนย์รวมของกลุ่มดิจิทัลนอแมด (Digital Nomad) กลุ่มคนยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตในการทำงานทางไกลจากทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจาก NIA เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งดนตรีระดับสากลผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การสร้างบทเรียนการเล่นเครื่องดนตรีล้านนาและการเข้าจังหวะร่วมกันระหว่างเครื่องดนตรีท้องถิ่นกับดนตรีสากล ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในระดับสูงในการออกแบบบทเรียน การเปิดพื้นที่ให้นักดนตรีหน้าใหม่สร้างโปรไฟล์และโอกาสในการแสดงตัวตน และการสร้าง Brand Identity ที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่านการออกแบบตัวหนังสือ มาสคอต และสีที่สื่อถึงความเป็นแจ๊สเชียงใหม่ เพื่อสร้างการจดจำบนเวทีนานาชาติ ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแค่อนุรักษ์ดนตรีท้องถิ่น แต่ยังมุ่งสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับนักดนตรีพื้นเมืองและต่อยอดธุรกิจเทศกาลดนตรีให้แก่ผู้คนในพื้นที่ได้

ในขณะที่เชียงใหม่ยกระดับวัฒนธรรมดนตรี จังหวัดสงขลาก็สร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวิถีการท่องเที่ยวและดูแลสุขภาพผ่านแพลตฟอร์ม "วอล์ควิง (WalkWing)" ที่เปลี่ยน "ก้าวเดิน" ของทุกคนให้มีคุณค่าผ่านกิจกรรม Walkable City และ Local Tourism ซึ่งความพิเศษของวอล์ควิงคือ ผู้ใช้งานไม่ได้แค่นับก้าวเดิน แต่สามารถสร้างภารกิจและกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้คนออกมาเดินทำภารกิจ เช่น การเดินเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เปิดเส้นทาง Unseen ที่สร้างจากคนในพื้นที่ โดยเน้นนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และต่างชาติโดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งแพลตฟอร์มนี้สร้างผลกระทบเชิงบวกหลายมิติ เพราะเมื่อผู้คนออกมาเดินทางมากขึ้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยร้านค้าและร้านอาหาร สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน พร้อมส่งเสริมสุขภาพและจูงใจให้คนออกกำลังกายมากขึ้น นวัตกรรมทั้งสองนี้แสดงให้เห็นว่า ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่น สุขภาพ เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้ พร้อมสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ประกอบอาชีพจากสิ่งที่ตนรักและภาคภูมิใจ ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างลงตัว

INNOWASTE ... นวัตกรรมเปลี่ยนเศษอาหารให้มีประโยชน์กว่าที่เคย

หากพูดถึงการเริ่มต้นปีใหม่อย่างมีความหมาย การได้มีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมคงเป็นประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะปัญหา "ขยะ" ซึ่งคนไทยสร้างขยะอาหาร (Food Waste) เฉลี่ยถึง 86 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 79 กิโลกรัม/คน/ปี ขยะอาหารเหล่านี้จะสร้างก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤตโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี โดยองค์การสหประชาชาติกำหนดเป้าหมายให้ทุกประเทศต้องลดปริมาณขยะอาหารให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2030 ทำให้เป้าหมายของประเทศไทยต้องลดปริมาณขยะอาหารประมาณ 3 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ยคนละ 43 กิโลกรัม เพื่อรับมือกับปัญหานี้ จึงเกิดเป็นนวัตกรรมที่ชื่อว่า "INNOWASTE" หรือเครื่องแปรรูปขยะอาหารให้กลายเป็นดิน-ปุ๋ยคุณภาพ ที่ช่วยเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรใหม่ ซึ่งจะใช้เวลาในการย่อยเศษอาหารเพียง 1-2 ชั่วโมง ก็ได้ดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ อีกทั้งยังช่วยลดการเผาขยะและลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่า “INNOWASTE” นอกจากจะช่วยดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว การเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรนั้นยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เชื่อมั่นว่า "นวัตกรรม" คือพลังบวกที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน และการเดินทางในปี 2569 คือโอกาสสำคัญที่เราจะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีกว่า โดยอาศัยพลังของนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนโดย NIA ซึ่งแต่ละนวัตกรรมล้วนเข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือนำพาเราไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยผลักดันให้เป้าหมายในปีใหม่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น การร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น จิตใจที่เข้มแข็งขึ้น และไลฟ์สไตล์ที่สมดุลขึ้น ให้สามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ มาร่วมกันเริ่มต้นปี 2569 ด้วยพลังจากนวัตกรรมไทย และก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิมไปด้วยกัน