IN NEWS
นายกฯบุก'ตาพระยา'ตรวจเยี่ยมชายแดน กำชับเร่งเยียวยาครอบครัวทหารเสียชีวิต
สระแก้ว-นายกฯ ประชุมสรุปสถานการณ์ชายแดนสระแก้ว กำชับเร่งเยียวยาครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตพร้อมย้ำให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติ ดูแลกำลังพลและประชาชนเต็มที่ ก่อนหน้านี้ได้นายกฯ ลงพื้นที่ตาพระยา ให้กำลังใจประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชาย้ำรัฐบาล–ฝ่ายความมั่นคงพร้อมปกป้องประเทศและดูแลประชาชน

วันนี้ (26 ม.ค. 69) เวลา 14.30 น. ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยมีนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว จากพันโทโอฬาร ขอร่ม หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองกำลังบูรพา พร้อมกับรับชมวีดิทัศน์การบริหารสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการว่า ขอบคุณกองกำลังบูรพา หน่วยเฉพาะกิจตาพระยา จังหวัดสระแก้ว รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน ทั้งด้านความปลอดภัย การดูแลชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกและการเยียวยาในเบื้องต้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความเข้มแข็งของการประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานพลเรือน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมขอชื่นชมและเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายที่ได้ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก
“ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดูแลและเยียวยาให้ถึงมือครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมกำชับว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดหางานหรือแนวทางรองรับในอนาคต เนื่องจากทหารทุกนายล้วนเป็นผู้เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและพี่น้องประชาชน อีกทั้งรัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงของชาติ และจะดูแลกำลังพลทุกนายอย่างดีที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีสวมชุดเกราะเพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ รับฟังการรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในแนวหน้า รวมถึงให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศอย่างใกล้ชิด
เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบชายแดนฝั่งสระแก้ว

ก่อนหน้านี้เวลา 13.40 น. ณ โดมเทศบาลตำบลตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบปะและให้กำลังใจกับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีรับฟังรายงานการให้ความช่วยเหลือชดเชยบ้านเรือนที่เสียหายอันเกิดจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ และการเยียวยาผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี และได้พบปะประชาชนผู้ได้รับความเสียหายสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา พร้อมกล่าวทักทายประชาชนชาวอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตลอดจนกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
“วันนี้ตั้งใจเดินทางมาพบกับทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ ขณะนี้อยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุมได้ และมีความปลอดภัยมากขึ้นแล้ว โดยเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ความอดทนอดกลั้นของทุกคนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอยู่ในศูนย์อพยพ แม้ว่าภาครัฐจะพยายามดูแล อำนวยความสะดวก และจัดสวัสดิการให้ดีที่สุด แต่การต้องออกจากบ้านของตนเองย่อมเป็นเรื่องที่สร้างความยากลำบากและความไม่สบายใจ ซึ่งรัฐบาลเข้าใจถึงความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารัฐบาล ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนสำหรับความร่วมมือ ความเสียสละ และความอดทนอดกลั้นที่มีต่อการดำเนินงานของภาครัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ความมั่นคง อสม. ชรบ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ในช่วงเวลาที่ต้องอพยพและหลบภัย นายกรัฐมนตรีเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความรู้สึกของทุกคน เมื่อกลับมาพบว่าบ้านเรือนของตนได้รับความเสียหายจากอาวุธหนัก ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า รัฐบาลมีความเสียใจไม่น้อยไปกว่าพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือและความเสียสละของพี่น้องประชาชนทุกคน ทำให้รัฐบาล กองทัพ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และสามารถปกป้องอธิปไตยของประเทศ ไม่ให้ดินแดนของแผ่นดินไทยต้องสูญเสียไป
ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่สูงสุดในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และในยามที่ประเทศเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้ง การปกป้องอธิปไตย ศักดิ์ศรี และความเป็นประเทศไทย คือภารกิจที่ไม่อาจยอมแพ้ได้ และยิ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้การดำเนินการของรัฐเป็นไปด้วยความมั่นใจและไม่เกิดความกังวล โดยจะทำหน้าที่ปกป้องดินแดนอย่างเต็มความสามารถ เพราะเมื่อใดที่ประชาชนปลอดภัย เมื่อนั้นการปฏิบัติภารกิจก็จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“ผมขอแสดงความชื่นชม ขอบคุณ และขออภัยในสิ่งที่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสีย ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ ใช้ทุกวิถีทางในการเยียวยาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน แม้จะทราบดีว่า การเยียวยาใด ๆ ก็ไม่อาจทดแทนความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์” โดยรัฐบาลจะดำเนินการใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหาย โดยในส่วนของบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย กระทรวงมหาดไทยจะจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมเบื้องต้นรายละ 49,000 บาท และในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนตามค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งจะมีการประเมินความเสียหายโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองต่อไป

“ขอให้คำมั่นว่าฝ่ายความมั่นคงจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการดูแลและปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนได้รับความปลอดภัย และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ” นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินพบปะและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด
