IN NEWS

ทล.เปิดใช้ทางหลักถนนพระราม2กม.ที่29 รับรถขาเข้า-ขาออกกรุงเทพฯเริ่มในวันนี้



กรุงเทพฯ-กรมทางหลวง เร่งคืนผิวจราจรทางหลักถนนพระราม 2 กม. ที่ 29 - 32 รับรถขาเข้ากรุงเทพฯ เริ่มวันนี้ 08.00 น. เร่งจัดการจราจรฝั่งขาออกบรรเทารถติดช่วงบ่าย หลังเคลียร์พื้นที่เครน LG ถล่มแล้วเสร็จ

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงมาตรการบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) เพื่อรองรับการปฏิบัติงานรื้อถอนสะพานที่เสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม และงานเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อความปลอดภัย ว่า กรมทางหลวง (ทล.) ตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ใช้ทาง หลังจากเกิดเหตุเครน LG ถล่ม ทำให้จำเป็นต้องปิดการจราจรช่องทางหลัก ช่วง กม. ที่ 29 - 32 ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นั้น ปัจจุบันได้เคลียร์พื้นที่เกิดเหตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องปิดพื้นที่ก่อสร้างบางส่วนเพื่อความปลอดภัย จึงได้ลงพื้นที่และเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อตรวจความเป็นไปได้เกี่ยวกับการเพิ่มช่องจราจรเพื่อบรรเทาปัญหารถติดบนถนนพระราม 2 พร้อมทั้งสั่งการให้ปรับแผนการจัดการจราจรเชิงรุก เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด โดยมอบให้ สำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพ) และแขวงทางหลวงสมุทรสาคร ประสานผู้รับจ้างเร่งเปิดช่องจราจรในทางหลัก (Main Road) บริเวณ กม. ที่ 29 - 32 ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ฝั่งละ 1 ช่องทาง เพื่อช่วยระบายรถในช่วงวิกฤต ดังนี้

ฝั่งขาเข้า (มุ่งหน้ากรุงเทพฯ) จัดช่องทางหลัก 1 ช่องทาง พร้อมเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ตั้งแต่ เวลา 08.00 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ฝั่งขาออก (มุ่งหน้าสมุทรสงคราม) จัดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) บนทางหลัก 1 ช่องทาง เพื่อให้รถฝั่งขาออกสามารถสัญจรผ่านแนวพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และเบี่ยงกลับเข้าสู่เส้นทางปกติ ก่อนข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงทางเบี่ยง โดยจะเปิดใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ของวันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ การเปิดช่องจราจรในทางหลักดังกล่าว จะดำเนินการเฉพาะในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น ส่วนช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่เวลา 20.00 - 05.30 น. จะปิดการจราจรช่องทางหลักทั้งหมด และขอให้ผู้ใช้ทางเบี่ยงออกไปใช้ช่องทางขนาน (Frontage Road) เพื่อให้การปฏิบัติงานรื้อถอนพื้นสะพานและเทคอนกรีตเชื่อมโครงสร้างสะพานมีความปลอดภัยสูงสุดและเป็นไปตามแผนงาน นอกจากนี้ ทล. ได้ปรับปรุงจุดเชื่อมเข้า - ออกระหว่างทางหลักและทางขนานเพิ่มเติม เพื่อให้รถไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ไม่ติดสะสมเป็นคอขวด ประชาชนยังคงสามารถใช้ช่องทางขนานได้ตามปกติ พร้อมทั้งประสานตำรวจทางหลวงและอาสาจราจรเข้าประจำจุดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยดูแลความสะดวกและเข้าช่วยเหลือทันทีหากมีอุบัติเหตุ ทั้งนี้ เนื่องจากมีการปิดพื้นที่บางส่วนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการทำงาน อาจทำให้การจราจรหนาแน่นกว่าปกติ จึงขอความร่วมมือประชาชนเผื่อเวลาเดินทาง หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางในช่วงเวลาเร่งด่วน

ทล. ยืนยันว่า ความปลอดภัยของประชาชนคือหัวใจสำคัญ ควบคู่ไปกับการบริหารจราจรให้คล่องตัวที่สุด สอบถามเส้นทางหรือแจ้งเหตุขัดข้องได้ที่สายด่วน ทล. โทร. 1586 (ฟรี 24 ชั่วโมง)