SUSTAINABILITY

นวัตกรรมบนวิถีแห่งธรรมชาติถอดบทเรียนศาสตร์พระราชาบนดอยอินทนนท์



เชียงใหม่-นวัตกรรมศาสตร์พระราชา คือแนวคิดการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนฐานของธรรมชาติ เคารพสิ่งแวดล้อม และมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างคน ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจชุมชน ด้วยแนวคิดดังกล่าว โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 60 จึงจัดขึ้น ณ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และถอดบทเรียนการประยุกต์ใช้นวัตกรรมตามแนวศาสตร์พระราชา ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในบริบทของโลกปัจจุบัน

กิจกรรมสำคัญของโครงการในครั้งนี้ คือ การเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปลาปลาสเตอร์เจียน ซึ่งเป็นปลาน้ำเย็น ที่ไม่ใช่ปลาท้องถิ่นของประเทศไทย แต่สามารถเพาะเลี้ยงได้สำเร็จบนพื้นที่สูงของดอยอินทนนท์ ภายใต้เงื่อนไขของธรรมชาติที่เหมาะสม ทั้งอุณหภูมิ น้ำที่สะอาด และระบบนิเวศที่สมดุล การเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี หากแต่ต้องอาศัยความเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง และการปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

จากองค์ความรู้ดังกล่าว ทำให้การเลี้ยงปลาปลาสเตอร์เจียนกลายเป็นอาชีพที่มีจุดขายเฉพาะ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่สูง ควบคู่ไปกับการรักษาป่าต้นน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการพัฒนาตามแนวทางศาสตร์พระราชา ที่มุ่งเน้นความพอดี ความยั่งยืน และการพึ่งพาตนเองอย่างมีคุณภาพ

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการว่า“โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ศาสตร์พระราชาไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากเราเข้าใจอย่างถูกต้อง จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต การทำงาน และการสร้างอาชีพได้จริง โดยเฉพาะการพัฒนาที่เคารพธรรมชาติและสร้างความสมดุลให้กับสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืนในระยะยาว”

ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้นวัตกรรมจากฐานทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อาทิ การพัฒนากาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง และการถอดบทเรียนเชิงนวัตกรรม เพื่อให้เห็นว่าการสร้างอาชีพและรายได้ สามารถดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมโครงการยังได้ร่วมกิจกรรมคืนสมดุลให้กับใจและกาย ผ่านกิจกรรม “อาบป่า (Forest Bathing หรือ ชินริน-โยกุ)” และ Awakening Walk – ก้าวแห่งการตื่นรู้” โดย ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บรรยากาศของป่าต้นน้ำ เสียงลำธาร เสียงนกร้อง และกลิ่นอายของธรรมชาติ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ผ่อนคลายจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวัน และเปิดพื้นที่ภายในใจให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ระบุว่าการอาบป่าช่วยลดความเครียด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และฟื้นฟูสมดุลของร่างกายและจิตใจได้อย่างมีนัยสำคัญ

กิจกรรมอาบป่าในครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงการพักผ่อนหรือกิจกรรมเพื่อสุขภาพ หากแต่เป็นบทเรียนเชิงประสบการณ์ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมตระหนักว่า ธรรมชาติคือทรัพยากรที่ทรงคุณค่า เมื่อได้รับการดูแลอย่างเข้าใจและเคารพ ย่อมสามารถหล่อเลี้ยงทั้งชีวิต สุขภาวะของชุมชน และระบบนิเวศโดยรอบ ขณะที่กิจกรรม “Awakening Walk – ก้าวแห่งการตื่นรู้” เป็นการเดินอย่างมีสติบนเส้นทางธรรมชาติ เพื่อรับรู้เสียง สัมผัส และจังหวะของป่าอย่างตั้งใจ เปรียบเสมือนการปลุกให้จิตใจได้ “ตื่น” จากความวุ่นวาย และหวนกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติในฐานะรากฐานของการพัฒนาอย่างสมดุล ตามแนวคิดศาสตร์พระราชา ที่มองว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืน มิได้เริ่มจากเทคโนโลยีหรือโครงสร้าง หากแต่เริ่มจากการสร้างสมดุลภายในมนุษย์ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูล

นอกเหนือจากการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมและธรรมชาติ โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 60 ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและจิตสาธารณะ ผ่านกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมโดยคณะผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและสะท้อนแนวคิดการให้คืนธรรมชาติอย่างเกื้อกูล และยังมีโครงการ “อมรินทร์อาสา อ่านพลิกชีวิต” ได้ร่วมส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาด้วยการมอบชุดหนังสือให้แก่โรงเรียนบ้านขุนกลาง โรงเรียนในพื้นที่สูงของดอยอินทนนท์ ควบคู่กับการสนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนจากมูลนิธิธรรมดี เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเรียนรู้ให้กับเยาวชนในชุมชน สะท้อนแนวคิดการพัฒนาคนไปพร้อมกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และตอกย้ำเป้าหมายของโครงการในการสร้าง “ความยั่งยืนทางปัญญา” ให้หยั่งรากอย่างมั่นคงในพื้นที่

ทางโครงการยังจัดให้มีการสัมมนาและเวิร์คช็อปเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแบ่งปันความรู้ อาทิ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และอาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย ผู้คิดค้นนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 หรือ Interactive Board Game หนึ่งเดียวในโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2030

โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย มูลนิธิธรรมดี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไปสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊ก: ตามรอยพระราชา-The King's Journey โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภาได้