TECH & AI
'เดลต้า อีเลคโทรนิคส์'ชูคุณภาพอากาศ ตอบโจทย์เทรนด์'Healthy Living'
กรุงเทพฯ-29 มกราคม 2569 – ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่กลายเป็นความท้าทายด้านสุขภาพของคนเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง “คุณภาพอากาศภายในอาคาร” กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาในการเลือกที่อยู่อาศัย สอดคล้องกับรายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า มนุษย์ใช้เวลากว่า 90% อยู่ภายในอาคาร และอากาศภายในอาคารที่มีคุณภาพต่ำสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้โดยตรง
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ จึงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ โดยนำโซลูชันคุณภาพอากาศภายในอาคารขั้นสูงของเดลต้า มาติดตั้งในโครงการคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา “วันเวลา ณ เจ้าพระยา”
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการผสานเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมเข้ากับแนวคิด Healthy Living และ Sustainable Living อย่างเป็นรูปธรรม โดยเดลต้าได้นำอุปกรณ์พัดลมระบายอากาศประสิทธิภาพสูงของเดลต้า ที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงาน มาทำงานร่วมกับระบบ AirPlus² ของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่น PM2.5 และมลพิษจากภายนอก พร้อมเติมอากาศใหม่เข้าสู่อาคารอย่างต่อเนื่อง
นาย เคอร์ติส คู ผู้อำนวยการธุรกิจประจำประเทศไทย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เดลต้ามุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องประสิทธิภาพพลังงาน แต่ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกวัน ความร่วมมือกับแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ในโครงการวันเวลา ณ เจ้าพระยา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำโซลูชันอัจฉริยะมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมือง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถหายใจได้อย่างมั่นใจ แม้ต้องเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศภายนอกอาคาร”
ระบบ AirPlus² ทำหน้าที่เสมือน “ปอด” ของอาคาร ด้วยการเติมอากาศใหม่อย่างสม่ำเสมอผ่านพัดลมเติมอากาศของเดลต้า ซึ่งสามารถเติมอากาศได้สูงสุดถึง 150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ช่วยเจือจางความเข้มข้นของ PM2.5 ภายในอาคาร และรักษาระดับออกซิเจนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย ขณะเดียวกัน ระบบยังถูกออกแบบให้ทำงานด้วยระดับเสียงเพียง 23 เดซิเบล รองรับการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียมอย่างเงียบสงบ
นอกจากนี้ โครงการยังติดตั้ง พัดลมดูดอากาศอัจฉริยะของเดลต้า ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว สามารถทำงานอัตโนมัติเพื่อระบายความชื้น กลิ่นไม่พึงประสงค์ และมลพิษในอากาศได้ตามพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้อยู่อาศัย พร้อมฟังก์ชันตั้งเวลาหน่วงสูงสุด 60 นาที ช่วยให้การถ่ายเทอากาศเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงแม้หลังจากออกจากห้องแล้ว และยังช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว
จากรายงานของ McKinsey & Company ระบุว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ” และ “ความยั่งยืน” มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบน ซึ่งมองหานวัตกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันได้จริง ไม่ใช่เพียงฟังก์ชันเสริมด้านการตลาด
ความร่วมมือระหว่างเดลต้าและแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการติดตั้งเทคโนโลยี แต่เป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของคนเมือง ผ่านการใช้ เทคโนโลยีสีเขียวที่เชื่อถือได้และวัดผลได้จริง พร้อมตอกย้ำบทบาทของเดลต้าในฐานะผู้นำด้านโซลูชันอัจฉริยะ ที่ใช้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก
