OPINION

สงครามชิงการเงินโลก: อัสดง 'SWIFT' และก้าวย่างแห่งQFSที่ไทยต้องเผชิญ โดย: ฟอนต์ สีดำ



อารัมภบท: ความขัดแย้งที่อยู่เหนือพรมแดน

หากเราถอดรหัสเสียงลั่นปริร้าวที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกในเวลานี้ สิ่งที่เราได้ยินอาจไม่ใช่เพียงเสียงการปะทะกันของรถถังหรือกำแพงภาษีระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่ง แต่มันคือเสียงการพังทลายของ "รากฐานเดิม" ที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกองคาพยพของการเมืองโลก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างประเทศในเชิงภูมิรัฐศาสตร์แบบดั้งเดิม ทว่ามันคือ "สงครามทางแนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมือง" ระหว่างสองขั้วระบอบการเงินที่กำลังแย่งชิงสิทธิ์ในการกำหนดอนาคตของมวลมนุษยชาติ

นี่คือการเผชิญหน้าระหว่าง ระบบทุนนิยมแบบรวมศูนย์ (Centralized Capitalism) ที่ใช้กลไกการโอนเงินข้ามประเทศผ่านระบบ SWIFT และพึ่งพา "เงินเฟียต" (Fiat Money) ที่พิมพ์ออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด กับ ระบบเศรษฐกิจแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Economy) ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบอบ QFS (Quantum Financial System) ซึ่งใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและเงินดิจิทัลที่มีสินทรัพย์หนุนหลังเป็นทรัพยากรหลัก

ศึกสองระบอบ: เมื่อเงินเฟียตเผชิญหน้ากับควอนตัมบล็อกเชน

ในโครงสร้างอำนาจเดิม "เงินเฟียต" ภายใต้ระบบ SWIFT คือเครื่องมือในการควบคุมและบริหารจัดการโลกผ่านการสร้างหนี้และการแทรกแซงทางการเงิน ระบบนี้เปรียบเสมือนหอคอยบาเบลที่กำลังสั่นคลอนจากการเสื่อมค่าของเงินที่ไร้สินทรัพย์ค้ำประกันจริง ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและการกระจุกตัวของความมั่งคั่งที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำสุดโต่ง

ในอีกด้านหนึ่ง แนวคิด "การกระจายอิสรภาพทางการเงิน" กำลังก่อตัวขึ้นผ่าน QFS ระบบการเงินควอนตัมที่มุ่งเน้นความโปร่งใส ปราศจากการแทรกแซงของตัวกลาง และการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อส่งต่อคุณค่าอย่างแท้จริง นี่คือการต่อสู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มการเมืองปกครองของทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ หรือจีน ต่างก็มีฝ่ายที่พยายามยึดติดกับระบอบเดิมและฝ่ายที่ต้องการก้าวข้ามไปสู่ระบอบใหม่

สมรภูมิที่มองไม่เห็น: ไทยภายใต้แรงบีบของสองขั้วระบบ

ในขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านระบบปฏิบัติการทางการเงิน (Financial OS) ประเทศไทยกลับตกอยู่ในสภาวะที่น่ากังวลยิ่ง ภัยคุกคามที่แท้จริงมิใช่การเลือกข้างระหว่างมหาอำนาจ แต่คือการที่โครงสร้างการเมืองไทยยังติดหล่มอยู่กับ "ระเบิดเวลา" ที่ระบบการเงินเก่าสร้างทิ้งไว้:

1. หนี้ครัวเรือนในฐานะผลผลิตของเงินเฟียต: การที่คนไทยกว่า 90% ของ GDP จมอยู่ในกองหนี้ คือภาพสะท้อนของระบบการเงินแบบเก่าที่เน้นการกู้ยืมเพื่อการบริโภคมากกว่าการสร้างมูลค่าจริง

2. การล่มสลายของระบบกลาง: เมื่อโลกเริ่มขยับสู่การกระจายศูนย์ SME ไทยที่ยังปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลไม่ทัน และต้องเผชิญกับการรุกรานของทุนขนาดใหญ่ที่ใช้ความคล่องตัวของเทคโนโลยีใหม่ จะถูกกำจัดออกจากวงจรเศรษฐกิจอย่างเลือดเย็น

3. กับดักความรู้และเทคโนโลยี: ในขณะที่ระบอบ QFS และบล็อกเชนต้องการ "ทุนมนุษย์" ที่เข้าใจอัลกอริทึมและระบบดิจิทัลขั้นสูง ประเทศไทยกลับยังคงผลิตบุคลากรที่รองรับเพียงโลกใบเก่าที่กำลังจะดับสูญ

เสาหลักที่ผุกร่อนในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

วิหารเศรษฐกิจไทยที่ฝากความหวังไว้กับ การท่องเที่ยว การส่งออก และ FDI กำลังกลายเป็นภาพลวงตา เพราะทั้งหมดนั้นยังคงรันอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบเก่า:

•การส่งออก ที่ล่าช้าและมีต้นทุนตัวกลางสูงจากระบบ SWIFT กำลังจะพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งที่เริ่มใช้ระบอบการโอนคุณค่าที่ไร้พรมแดนและทันที

•การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) จะไม่หลั่งไหลมาหาประเทศที่ยังมีกฎระเบียบที่ขัดขวางอิสรภาพทางการเงินและการไหลเวียนของทุนดิจิทัล

บทสรุป: ปฏิรูปอุดมการณ์ หรือ รอวันดับสลาย

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ทางรอดเดียวของเรามิใช่การรอให้ใครเป็นผู้ชนะระหว่างสหรัฐฯ หรือจีน แต่คือการ "ผ่าตัดอุดมการณ์ทางการเงิน" เราต้องสร้างคุณค่าใหม่ที่สอดคล้องกับโลกที่กำลังก้าวสู่ยุคการเงินควอนตัม

เราต้องการการปฏิวัติ "คน" ให้เข้าใจอิสรภาพทางการเงิน (Financial Literacy 2.0) และความเท่าทันในเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อเปลี่ยนจาก "เหยื่อ" ของระบบพิมพ์เงินเฟียต ให้กลายเป็น "ผู้ร่วมกำหนด" ทิศทางในระบบ QFS หากเรายังคงเลือกที่จะใช้ชีวิตภายใต้ร่มเงาของ SWIFT ที่กำลังผุพัง โดยไม่เตรียมพร้อมสู่ระนาบการเงินใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด วันที่ระเบิดเวลาทางการเงินทำงานพร้อมกัน เราอาจไม่เหลือแม้แต่เศษซากของความมั่งคั่งให้กู้คืน

แหล่งอ้างอิงที่สอดคล้องกับแนวคิดใหม่:

1. Don Tapscott (2023). Blockchain Revolution: How the Technology Behind Bitcoin and Other Cryptocurrencies is Changing the World. (อ้างอิงถึงการเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมสู่บล็อกเชน)

2. Niall Ferguson (2021). The Ascent of Money: A Financial History of the World. (วิเคราะห์วิวัฒนาการของระบบการเงินและจุดอ่อนของเงินเฟียต)

3. International Monetary Fund (IMF) - Reports on CBDCs (2024). The Future of Digital Money in the Global Economy. (วิเคราะห์การก้าวสู่เงินดิจิทัลของธนาคารกลางทั่วโลก)

4. Ray Dalio (2021). Principles for Dealing with the Changing World Order. (วิเคราะห์การล่มสลายของรอบวงจรการเงินและอำนาจมหาอำนาจ)

5. World Economic Forum (WEF). The Great Reset: Financial System Transformation and Decentralized Finance (DeFi). (แนวคิดเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเงินโลกขนานใหญ่)