GLOBAL C
ยอดค้าปลีกจีนแตะถึง50ล้านล้านหยวน ส่องให้เห็นศักยภาพมหาศาลของตลาดจีน
ปัจจุบัน คำว่า “อุปสงค์ภายในประเทศ” ได้กลายเป็นคำสำคัญที่ประชาคมระหว่างประเทศใช้ในการวิเคราะห์เศรษฐกิจจีน ในปี 2025 ขณะที่จีนยังคงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการดำเนินกลยุทธ์ขยายอุปสงค์ภายในประเทศ ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของจีนทะลุ 50 ล้านล้านหยวน เป็นครั้งแรก ซึ่งแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงโอกาสและศักยภาพตลาดขนาดใหญ่ของจีน
การขยายอุปสงค์ภายในประเทศเป็นทั้งมาตรการที่จำเป็นและแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณลักษณะเด่นของเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ คือ อุปสงค์ภายในประเทศมีบทบาทนำ และเศรษฐกิจสามารถหมุนเวียนได้ภายในประเทศ การสร้างอุปสงค์ภายในประเทศที่สมบูรณ์และตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่งนั้น จะทำให้จีนสามารถรับมือกับความท้าทายด้านการพัฒนาที่แท้จริง และรับมือกับความไม่แน่นอนภายนอกได้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบัน ความต้องการภายในประเทศกำลังค่อยๆ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักและเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนให้เศรษฐกิจจีนเติบโต ตั้งแต่ปี 2013 - 2024 ความต้องการภายในประเทศมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจจีนโดยเฉลี่ย 93.1 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2025 ค่าใช้จ่ายในการบริโภคขั้นสุดท้าย คิดเป็น 52 เปอร์เซ็นต์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งสูงกว่าครึ่งหนึ่ง และเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า
โดยรวมแล้ว จีนกำลังเร่งสร้างนวัตกรรมและปรับโครงสร้างการบริโภคให้เหมาะสม ในปี 2025 การบริโภคบริการเฉลี่ยต่อหัว คิดเป็น 46.1 เปอร์เซ็นต์ของการใช้จ่ายของผู้บริโภค การค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ การค้าผ่านการถ่ายทอดสด และความบันเทิงออนไลน์ได้ผลักดันให้การบริโภคออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวน้ำแข็งและหิมะ และเศรษฐกิจผู้สูงวัยยังคงมีแรงผลักดันอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตใหม่
สื่อหลายสำนักในยุโรปตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่จีนส่งเสริมรูปแบบการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการภายในประเทศ และมีลักษณะการเติบโตจากภายใน คาดว่า ในปี 2026 เศรษฐกิจจีน จะเติบโตในด้านต่างๆ อย่างโดดเด่น เช่น เทคโนโลยีระดับสูง การผลิตอัจฉริยะ พลังงานสีเขียว และการบริโภคบริการ

ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของจีนในการขยายอุปสงค์ภายในประเทศจะนำมาซึ่งโอกาสที่ดียิ่งขึ้นสำหรับความร่วมมือระดับโลก ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จีนนำเข้าสินค้าและบริการมูลค่ากว่า 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันจีนเป็นตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และในสินค้าหลายๆ กลุ่ม เช่น รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จีนได้กลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ขณะที่จีนก้าวสู่ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ค.ศ.2026–2030) รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและความต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวจีนจะกระตุ้นให้เกิดการบริโภคใหม่ และผลักดันอุปทานใหม่ ขณะที่จีนเร่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนา ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เหมาะสม และเปลี่ยนปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ แรงผลักดันการลงทุนใหม่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับการลงทุนในโครงการต่างๆ รวมทั้งการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ด้วย
ในกระบวนการนี้ จีนไม่เพียงแต่ต้องการเป็น "โรงงานของโลก" เท่านั้น แต่ยังต้องการเป็น "ตลาดของโลก" อีกด้วย โดยจะเร่งการเปลี่ยนผ่านจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ไปสู่ประเทศผู้บริโภครายใหญ่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
การเข้าใจเศรษฐกิจจีนอย่างถ่องแท้นั้น ต้องมองระยะยาว จีนมีความต้องการภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น มีรากฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น และมีแรงขับเคลื่อนภายในที่มากขึ้น ด้วยการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงและยั่งยืนของตนเอง จีนจะเพิ่มความเชื่อมั่นและนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ให้กับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน
