POLITICS
ชาวบ้านรวมตัวเรียกร้องให้ระงับก่อสร้าง โรงงานยางมะตอย/ขึ้นรูปพลาสติก
นครปฐม-วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานมาจาก จ.นครปฐมว่า ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 2 ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้รวมตัวกันยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม ขอให้ระงับการก่อสร้างโรงงานแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (ยางมะตอย) และโรงงานขึ้นรูปพลาสติก ซึ่งหากมีการก่อสร้างจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านในหลายๆด้าน ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากในจุดนี้เตามผังเมืองแล้วเป็นพื้นที่สีเขียว ทั้งนี้ชาวบ้านได้นำเอกสารการร้องเรียน มอบให้กับ นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว

โดยในเอกสารระบุข้อความว่า เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวบ้านในชุมชนไม่เคยได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการจัดตั้งโรงงานมาก่อน และไม่เคยได้รับการชี้แจงรายละเอียดของโครงการ ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะกิจการ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งทางสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อาชีพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ที่ผ่านมาไม่เคยได้เข้ามามีส่วนในการประชาคม แสดงความคิดเห็นใดๆ หลังจากที่ชาวบ้านได้ทราบว่าจะมีการก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ทำให้หลายคนวิตก เนื่องจากกิจการประเภทโรงงานแอสฟัลติกคอนกรีต (ยางมะตอย) และโรงงานขึ้นรูปพลาสติก อาจก่อให้เกิดผลกระทบทั้งเรื่องของ ฝุ่น ควัน เสียง การจราจร สุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งเด็กและผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว จากการตรวจสอบข้อมูลผังเมืองรวม พบว่าพื้นที่ตั้งโครงการดังกล่าวอยู่ ในเขตผังเมืองประเภทพื้นที่สีเขียว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน และอยู่ใกล้แหล่งน้ำสาธารณะที่เชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านที่ยังต้องใช้ในการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร หากมีการสร้างโรงงานเกิดขึ้นคาดว่าอาจก่อให้เกิดสิ่งปนเปื้อนของแหล่งน้ำสาธารณะและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างจนเสียหายยากต่อการแก้ไข
ซึ่งชาวบ้านอยากวิงวอนกับทางผู้ว่าราชการ 1.ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือระงับ หรือมีคำสั่งชะลอการสร้างโรงงาน 2. เร่งส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน 3.ตรวจสอบความถูกต้องและความโปร่งใสของกระบวนการให้ข้อมูล การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.การอนุญาตที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความสอดคล้องของโครงการกับผังเมืองรวม และผลกระทบแหล่งน้ำ สาธารณะ 5.จัดให้มีการให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างครบถ้วนและเป็นธรรม ก่อนจะมีการดำเนินการใด ๆ ต่อไป หากประชาชนในพื้นที่ไม่ได้คัดค้านการพัฒนา แต่ขอให้การพัฒนาเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรน้ำ และวิถีชีวิตของชุมชนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวณคลองตาเล้ง หมู่ 2 ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการร้องเรียนให้ระงับการก่อสร้างโรงงานแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (ยางมะตอย) และโรงงานขึ้นรูปพลาสติก ที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้าน โดยมีชาวบ้านรวมตัวกันกว่า 300 คน ร่วมติดตามสถานการณ์ดังกล่าวหลังยื่นเรื่องกับทางจังหวัดไปตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น โดยมี นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอนิรุทธ์ โพธิหล้า อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน กรมโยธาธิการและผังเมือง ศูนย์ดำรงธรรม กอ.รมน.จจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียน
พบว่าในบริเวณดังกล่าว ที่จะมีการก่อสร้างโรงงานนั้น มีพื้นที่กว้างกว่า 20 ไร่ จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ดังกล่าว กำลังถมและเตรียมลงเสาเพื่อเตรียมการก่อสร้างไว้แล้ว ซึ่งพื้นที่ถูกล้อมรอบไปด้วยบ่อกุ้ง และถนนสาธารณะขนาดเล็ก รวมไปถึงบ้านพักของประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวก ชาวบ้านหลายคนมีความให้ความคิดเห็นตรงกันว่า หากมีการสร้างโรงงานยางมะตอยขึ้นมา ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เนื่องจากในชุมชนตำบลสระพัฒนาแห่งนี้ ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเลี้ยงกุ้ง และทำสวน จะทำให้ระบบนิเวศน์เสีย นอกจากนี้ยังได้รับมลภาวะทางด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษต่อประชาชน ที่สำคัญไปกว่านั้นเป็นที่น่าแปลกใจว่า มีโรงงานมาตั้งในพื้นที่กลับไม่มีชาวบ้านได้รับรู้ รับเห็นข้อมูล ว่าจะมีการสร้างโรงงาน เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีการทำประชาคม ชาวบ้านไม่เคยรับรู้ในเรื่องของการสร้างโรงงานมาก่อน

นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้เผยต่ออีกว่า บ้านเกิดของตนเองก็เป็นคนบางเลน จ.นครปฐม จะไม่ให้มีการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตใดๆ ที่ก่อให้เกิดหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางจังหวัดนครปฐม จะต้องขอตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ามีความเป็นมาอย่างไร หลังจากได้ฟังความคิดเห็นข้อร้องเรียนของชาวบ้านแล้ว ทั้งนี้จะได้กลับไปทบทวนอีกครั้งว่าจะมีผลและจะมีการประชุมร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสามารถสรุปผลน้ำดำเนินการให้กับชาวบ้านได้รับทราบไม่เกิน 15 วัน และจะตรวจสอบให้ละเอียดหากพบว่าเป็นพื้นที่สีเขียวจะมีการก่อสร้างโรงงานได้อย่างไรและเพราะเหตุใดทำไมจึงไม่มีการประชาคม และชาวบ้านจึงไม่ทราบว่ามีการสร้างโรงงาน รับปากจะให้คำตอบภายใน 15 วัน พร้อมระงับการก่อสร้างชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ
