BANGKOK

กทม.เข้มร้านขายกัญชาซ.ปรีดีพนมยงค์3 บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด



กรุงเทพฯ-นางสาวพิมพ์จุฑา สกุนสิทธิ์ธาดา ผู้อำนวยการเขตวัฒนา กทม. กล่าวกรณีมีข้อร้องเรียนร้านจำหน่ายกัญชาในซอยปรีดีพนมยงค์ 3 เขตวัฒนา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่พักอาศัยใกล้เคียงจากการจัดพื้นที่สูบกัญชาบริเวณหน้าร้าน โดยเฉพาะในช่วงเย็นถึงค่ำที่มีกลิ่นรุนแรง ส่งผลกระทบด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีข้อสังเกตเกี่ยวกับใบอนุญาตและสถานะของผู้ประกอบการว่า สำนักงานเขตฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าร้านจำหน่ายกัญชาดังกล่าวตั้งอยู่ในอาคาร 4 ชั้น ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 3 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา โดยจำหน่ายกัญชาบริเวณชั้นล่างของอาคาร จากการตรวจสอบพบว่ามีใบอนุญาตให้จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2564 ใบอนุญาตเลขที่ กรม-3-1685/2566 และมีใบรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตฯ (สำหรับผู้ประกอบการ) ทั้งนี้ ขณะเข้าตรวจสอบไม่พบมีคนนั่งสูบกัญชาบริเวณหน้าร้าน แต่พบว่ามีการจัดโต๊ะนั่งไว้ให้บริการบริเวณหน้าร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ออกแบบตรวจแนะนำเจ้าพนักงานสาธารณสุขตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ห้ามมิให้ลูกค้าสูบกัญชาบริเวณร้านโดยเด็ดขาด เนื่องจากกลิ่นจากการสูบกัญชาอาจก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ นอกจากนี้ สำนักงานเขตฯ ได้มีหนังสือถึงกรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตให้เข้าตรวจสอบการประกอบกิจการของร้านตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ร้านดังกล่าวมีการจัดพื้นที่นั่งบริเวณหน้าร้าน ซึ่งอาจเข้าข่ายการจัดให้มีการสูบและจำหน่ายสมุนไพรควบคุม เพื่อการสูบในบริเวณสถานที่จำหน่ายได้ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย

นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า การเปิดร้านจำหน่ายกัญชาอยู่ภายใต้การอนุญาตของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สธ. ซึ่งมิได้มอบอำนาจการควบคุมการอนุญาตดังกล่าวให้ กทม. อย่างไรก็ตาม สนอ. จะประสานหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามใบอนุญาตการจำหน่ายกัญชาและการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน

สำหรับกรณีเหตุเดือดร้อนรำคาญจากควันกัญชา ได้ประสานสำนักงานเขตให้ดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสบเหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือพบการลักลอบจำหน่ายกัญชา สามารถร้องเรียนผ่านระบบ Traffy Fondue หรือสายด่วน กทม. โทร. 1555 เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

สำหรับแนวทางกำกับดูแลร้านจำหน่ายกัญชาในพื้นที่ชุมชน สนอ. ได้สนับสนุนและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับร้านกัญชาในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะประเด็นใบอนุญาตจำหน่ายและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกัญชาที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ควบคู่กับการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ด้านสาธารณสุขในการตรวจสอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (กิจการเกี่ยวกับอาหาร) โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีการใช้กัญชา หรือกัญชง เป็นส่วนประกอบในการปรุงประกอบอาหาร ซึ่งผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ การควบคุมคุณภาพและการจัดการสุขลักษณะของการจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จในสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2566 อย่างเคร่งครัด ทั้งการแสดงข้อความ หรือป้ายสัญลักษณ์ว่าเป็นสถานที่จำหน่ายอาหารที่มีการใช้กัญชา หรือกัญชงเป็นส่วนประกอบ แสดงรายการอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา หรือกัญชง และแสดงข้อแนะนำความปลอดภัยในการบริโภค หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ส่วนกรณีเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีส่วนผสมของกัญชาตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 438) พ.ศ. 2565 ออกตามความใน พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา หรือกัญชง (ฉบับที่ 2) และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ. 2564 ออกตามความใน พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 เรื่องผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา หรือกัญชง โดยสำนักงานเขตจะตรวจสอบด้านสุขลักษณะ สุขาภิบาลอาหาร และคุณภาพอาหารเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนี้ สนอ. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดทุกประเภทในโรงเรียนสังกัด กทม. โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ กวดขันมิให้มีการจำหน่ายยาเสพติด สารเสพติด หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยาเสพติดทุกประเภทบริเวณโดยรอบสถานศึกษาอย่างเข้มงวด หากพบการลักลอบจำหน่ายจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ กทม. และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป