MOTORING
Royal Enfieldเสริมแกร่งต้อนรับปี2569 เปิดโชว์รูม-ศูนย์บริการแห่งที่36ในไทย
กรุงเทพฯ, 23 กุมภาพันธ์ 2569- ท่ามกลางความคึกคักของตลาดรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกและแอดเวนเจอร์ในประเทศไทย Royal Enfield ยังคงตอกย้ำความเป็นต้นแบบของการขี่สไตล์คลาสสิก ผ่าน DNA ด้านความเป็น Heritage ที่มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงง่าย และคอมมูนิตี้ชาวสองล้อที่แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง
Royal Enfield แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 125 ปี เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ต้อนรับศักราชใหม่ปี 2569 ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุด Royal Enfield สาขาพระรามสอง อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 โดยตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ และใกล้กับห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล พระรามสอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกและพื้นที่ใกล้เคียง

การเปิดสาขาพระรามสองในครั้งนี้ นับเป็น สาขาที่ 36 ของ Royal Enfield ประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ในการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่การเข้าชมและพูดคุยเกี่ยวกับตัวรถ การให้คำปรึกษาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ การทดลองขี่ ไปจนถึงการเข้ารับบริการหลังการขายตามมาตรฐานของ Royal Enfield
โชว์รูม Royal Enfield สาขาพระรามสอง ได้รับการออกแบบที่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่ผสานความคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ที่สนใจในโลกของการขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์คันแรก ผู้ที่เปิดรับไลฟ์สไตล์การขี่ที่หลากหลาย หรือผู้ที่หลงใหลและอยากสัมผัสจิตวิญญาณของ Pure Motorcycling
นอกจากพื้นที่จัดแสดงรถมอเตอร์ไซค์ครบทุกเซกเมนต์แล้ว สาขาพระรามสองยังมาพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน ที่ดูแลโดยช่างผู้ชำนาญการ ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากลของ Royal Enfield พร้อมมี Service Bay 3 ช่อง รองรับการให้บริการที่ครบครันมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าในด้านคุณภาพการบริการ ความปลอดภัย และความใส่ใจในรายละเอียดของทุกขั้นตอน

การขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Royal Enfield ในการอยู่เคียงข้างชาวสองล้อไทยอย่างแท้จริง พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถ และเดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ขี่มอเตอร์ไซค์อย่างยั่งยืน ผ่านโชว์รูม ศูนย์บริการ และกิจกรรมการขี่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
ในช่วงที่ตลาดรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกและแอดเวนเจอร์ในประเทศไทยมีการแข่งขันสูงขึ้น Royal Enfield ยังคงยึดมั่นในแนวคิด “Pure Motorcycling” ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขี่จริง ความเรียบง่ายที่เข้าถึงได้ และการสร้างคอมมูนิตี้ผู้ขี่ที่แข็งแรง ควบคู่กับการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและประสบการณ์ระยะยาวให้กับผู้ใช้ในประเทศไทย
ซึ่ง Royal Enfield เชื่อว่า ภายใต้แนวคิด “Pure Motorcycling” มอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่คืออิสระ การแสดงตัวตน และประสบการณ์การขี่ที่เข้าถึงได้จริง ความเรียบง่ายนี้ช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขี่ และสะท้อนเสน่ห์ของการขี่ที่มากกว่าการแข่งขันด้านสเปกหรือเทคโนโลยี
