BUSINESS

'นอร์ธแลนด์' เจ้าถิ่นอสังหาฯเมืองสระบุรี ขยายฐานลูกค้าใหม่เจาะพื้นที่กทม.



กรุงเทพฯ-นอร์ธแลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ เจ้าถิ่นอสังหาฯ เมืองสระบุรีขยายฐานลูกค้าใหม่เจาะพื้นที่ กทม. เปิดตัวคอนโดฯ แบรนด์ “BEAT” ราคาจับต้องได้

นายนพดล ธรรมวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ธแลนด์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อ บริษัท นอร์ธแลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบในจังหวัดสระบุรีเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี โดยอาศัยประสบการณ์จากความเชี่ยวชาญในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัว และความรู้จากการเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาปรับใช้กับการดำเนินงานด้านอสังหาฯ จนเป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าในจังหวัด โดยเฉพาะบ้านจัดสรรในพื้นที่เมืองสระบุรี มีโครงการที่พัฒนาไปแล้วทั้งหมด 27 โครงการ จำนวนกว่า 3,900 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 3 โครงการ ประกอบด้วย ธาราวาน่า 3, อาณา และ เดอะ ฮาโมนี่

และเมื่อช่วง 8 ปี ที่ผ่านมา บริษัทได้ย้ายฐานการลงทุนจากจังหวัดสระบุรี ก้าวเข้าสู่การพัฒนาโครงการในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีโครงการที่ได้พัฒนาไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,600 ล้านบาท  โดยโฟกัสการลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพ (Prime Location) ย่านใจกลางเมือง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็น "กระดูกสันหลัง" เกาะแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ รวมถึงทำเลแห่งอนาคตที่มีการขยายตัวทั้งจากการลงทุนของภาคเอกชนและการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

นอกจากนี้ยังเน้นกลยุทธ์ด้านราคาและความคุ้มค่า โดยชูจุดแข็ง เรื่อง ราคาที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งในทำเลเดียวกัน และเน้นความคุ้มค่าของเงินที่ลูกค้าจ่ายไป ทั้งในแง่ของวัสดุที่เลือกใช้ การดีไซน์ และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ ความรวดเร็วในการก่อสร้าง และระบบการจัดการ โดยมีทีมรับเหมาก่อสร้างของตนเอง และมีการคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพ ทำให้สามารถควบคุมระยะเวลาก่อสร้างได้รวดเร็วประมาณ 12 เดือน ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบในการส่งมอบโครงการให้เสร็จทันตามกำหนด รวมถึงมีการควบคุมต้นทุนผ่านการบริหารจัดการเฟอร์นิเจอร์ ทำให้สามารถตั้งราคาขายออกมาได้ถูกกว่าโครงการในย่านเดียวกัน

ประเดิมเปิดตัวโครงการแรก บีท บางหว้า อินเตอร์เชนจ์ (Beat Bangwa Interchange) ใกล้ BTS สถานีบางหว้า เป็นคอนโดฯ โลว์ไรส์ 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 402 ยูนิต และ โครงการ บีท สุขุมวิท (Beat Sukhumvit) คอนโดฯโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวม 381 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 93 ใกล้ BTS สถานีบางจาก ปัจจุบันอยู่ในช่วงทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้า  ส่วนโครงการที่ 3 เป็นบ้านแนวราบระดับซูเปอร์ลักชัวรี ใช้ชื่อโครงการว่า “อัตลักษณ์ อ่อนนุช 17” (ATTALUCK Onnut 17) เป็นบ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น พร้อมลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว เอกสิทธิ์เพียง 4 ครอบครัว ใกล้ BTS สถานีอ่อนนุช ทั้ง 3 โครงการปิดการขายแล้วทั้งหมด

ทำเลดี – ราคาคุ้มค่า – ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม - ก่อสร้างไว

ล่าสุดเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโครงการที่ 4 บนทำเลรัชดาฯ-เกษตร ใช้ชื่อโครงการว่า  Beat Pop Ratchada – Kaset (บีท ป๊อป รัชดา – เกษตร) มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่เกือบ 5 ไร่ ในซอยพหลโยธิน 34 แยก 10-11 เป็นคอนโดฯ Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 558 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A จำนวน 187 ยูนิต อาคาร B 182 ยูนิต และอาคาร C 189 ยูนิต ซึ่งอาคาร C เป็นอาคารที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ตอบโจทย์ Pet Friendly Condo และเป็นครั้งแรกของแบรนด์ BEAT ที่ให้เลี้ยงสัตว์ในคอนโดฯได้ โดยทางโครงการได้เลือกใช้วัสดุเฉพาะ ที่ปลอดภัยและเหมาะกับห้องที่มีสัตว์เลี้ยง รวมถึงระบบจัดการอากาศและกลิ่นภายในห้องชุด

ส่วนรูปแบบห้องชุดมีให้เลือก 4 แบบ ประกอบด้วย แบบสตูดิโอ ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 23.75 ตร.ม. แบบ1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 24.48 – 29.86 ตร.ม. แบบ 1 ห้องนอนพลัส พื้นที่ใช้สอย 35.83 – 36.84 ตร.ม. และ แบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 43.86 – 44.14 ตร.ม. ตกแต่งแบบ Fully Furnished พร้อมม่านและซีลขอบยางบริเวณประตู ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท* หรือเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 73,000 บาทต่อตารางเมตร โดยจะเปิดพรีเซลครั้งแรกในวันที่ 7-8 มีนาคม 2569 นี้ พร้อมโปรโมชั่นห้องราคาพิเศษ 1.29 ล้านบาท* และโปรโมชั่นทุกชั้น ราคาเดียว 1.69 ล้านบาท* จัดเต็มลุ้นรับของรางวัลในงาน รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท*

โครงการได้ผ่านการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการปรับหน้าดินและเริ่มงานก่อสร้างต่อไป มีกำหนดแล้วเสร็จปี 2571 พร้อมด้วยฟังก์ชันส่วนกลางมากกว่า 20 รายการ อาทิ Co-Working Space, Co-Kitchen Space ครัวส่วนกลางแบบฉบับคนเมือง, Meeting Room ที่เป็นส่วนตัว, Fitness เอาใจสาย Active, Pilates Room สำหรับออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเล็กน้อย, Live Studio ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่รักใน Social, ห้องน้ำส่วนกลางแยกชาย -หญิง, Theater Room & Game Room รองรับทั้งความบันเทิง, Sky Lounge พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม, สระว่ายน้ำกลางแจ้งระบบเกลือขนาดใหญ่ ดีไซน์สไตล์ Lap Pool ส่วนอาคาร C มาพร้อมพื้นที่ Pet Friendly Zone,Pet Room, Pet Lobby, Cat Climbing Tower และ Rooftop Pet Garden เข้า-ออก โครงการด้วยระบบ Easy Pass, มีที่จอดรถรวม 282 คัน หรือประมาณ 50%*, ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV รอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักจะเป็น Real Demand ทั้งกลุ่มคนทำงานในย่านนั้น กลุ่มผู้ปกครองและนักศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่ยังคงมีนักศึกษาใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มนักลงทุน รวมถึงการเจาะตลาดสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขายหลัก โดยมองเห็นโอกาสจากเทรนด์ Pet Humanization สัตว์เลี้ยงที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว

“ย่านเกษตรเป็นแหล่งรวมของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งมีนิสิตไหลเวียนเข้ามาจำนวนมากในทุกปี ใกล้แหล่งงานสำคัญ รวมถึงกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งมีเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก (Pet Humanization) เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คอนโดฯ ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ในรัศมีใกล้เคียงไม่เกิน 3 สถานีบวกลบ จากย่านเกษตร จะมีราคาขายห้องชุดเริ่มต้นสูงถึง 3 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนโครงการในระดับราคาที่ต่ำกว่ามักจะไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ ทำให้การเปิดตัวคอนโดฯ Beat Pop Ratchada – Kaset ที่ให้เลี้ยงสัตว์ได้ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าคู่แข่งกลายเป็นจุดแข็งสำคัญที่ตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษาและคนทำงานในพื้นที่” นายนพดล กล่าว

นอกจากนี้ย่านเกษตรถูกมองว่าเป็น "ทำเลแห่งอนาคต" เนื่องจากมีการลงทุนทั้งจากภาคเอกชน เช่น กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาฯ กำลังก่อสร้างห้างเซ็นทรัล พหลโยธิน โดยมีแผนจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ การขยายตัวของโรงพยาบาลวิภาวดี และโรงพยาบาลเกษตรที่จะเปิดตัวใหม่ นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นเส้นทางหลัก และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ที่จะเชื่อมต่อไปยังย่านเอกมัย-ทองหล่อได้อย่างสะดวกมากขึ้น

เตรียมเพิ่มพอร์ต Recurring Income ในเมืองสระบุรี

ด้านแผนการลงทุนในอนาคต นายนพดลกล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายการลงทุนทั้งในพื้นที่สระบุรีและกรุงเทพฯครอบคลุมทุก Segment รวมทั้งการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income) โดยมีแผนจะพัฒนาโครงการในรูปแบบของโรงแรมและอพาร์ตเมนต์ เพื่อสร้างรายได้จากการเช่าในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อรองรับการเติบโตและการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมในอนาคต ขณะนี้อยู่ในช่วงการศึกษาข้อมูล (Study phase) เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับกลุ่มลูกค้าในอนาคต

ส่วนแผนการลงทุนในกรุงเทพฯจะเปิดตัวบ้านแนวราบในระดับลักชัวรีในทำเลย่านบางนา-ตราด ใกล้กับห้างเมกาบางนา  โดยจะนำความสำเร็จจากโครงการ "อัตลักษณ์" มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงการนี้ รวมทั้งจะเปิดตัวคอนโดฯเพิ่มอีก 1 โครงการ ในพื้นที่ย่านสุขุมวิท