POLITICS

แรงงานกาฬสินธุ์409คนตะวันออกกลาง อาจได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน



กาฬสินธุ์-เปิดตัวเลขแรงงานไทยที่อาจได้รับผลกระทบในเขตสู้รบตะวันออกกลางกว่า 400 คน นางสรงชล เกิดคำทอง แรงงานจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า นายสุวรรธณ์  เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์  ได้มอบหมายให้สำนักงานแรงงานจังหวัดกาฬสินธุ์ รวบรวมข้อมูลแรงงานชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ไปทำงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านการสู้รบและความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง จากการตรวจสอบในระบบกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ พบว่ามีแรงงานกาฬสินธุ์ได้รับอนุญาตไปทำงานในประเทศที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ดังกล่าว รวมทั้งสิ้น 409 คน ส่วนตัวเลขคนไทยที่อยู่ในตะวันออกกลางนั้น รวมกว่า 7.7 หมื่นคน 

ขณะนี้ยังไม่มีแรงงานไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบ และขอเดินทางกลับ โดยทางรัฐบาลได้เน้นย้ำ แรงงานทุกคนที่รัฐส่งไป ทำงานในพื้นที่ปลอดภัย แต่หากสถานการณ์ยกระดับรุนแรงมากกว่าเดิม อาจมีการระงับการจัดส่งแรงงาน และเร่งอพยพแรงงานกลับประเทศ ซึ่งต้องรอการแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง

ด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ต้องรอการประเมินจากกระทรวงการต่างประเทศ และข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับแผนอพยพแรงงานไทย พร้อมให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานทูตในประเทศต่างๆ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีแรงงานได้รับผลกระทบ ต้องให้การช่วยเหลือทันที ส่วนการจัดส่งแรงงานไปทำงานใหม่ ให้ชะลอไปก่อน

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้งนี้ แต่มีพี่น้องประชาชนชาวไทยหลายหมื่นคนที่ไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศต่าง ๆ ในแถบดังกล่าว

รัฐบาลไทยถือว่าความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะผู้ที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศอิหร่านและอิสราเอล รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยในพื้นที่มีความปลอดภัย และสามารถเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีได้ประสานงานและหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมอากาศยานของไทยไปรับพี่น้องชาวไทยที่ติดอยู่ในประเทศอิหร่านออกมาก่อนเป็นลำดับแรก

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องชาวไทยอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานและติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย เตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง

นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า สถานการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะเตรียมการทุกวิถีทางเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศให้เหลือน้อยที่สุด ในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในระยะฟื้นตัว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและทีมงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินมาตรการที่เหมาะสม เพื่อพลิกวิกฤตในตะวันออกกลางให้เป็นโอกาสของประเทศไทยให้ได้มากที่สุด

ในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกท่านร่วมกันกราบอาราธนาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชา ตลอดจนพระสยามเทวาธิราช และพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จงดลบันดาลประทานพรและปกป้องคุ้มครองให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบอยู่ในขณะนี้ มีความปลอดภัย แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง และไม่ให้ได้รับผลกระทบใด ๆ จากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ภารกิจในการช่วยเหลือและดูแลพี่น้องชาวไทยในพื้นที่สู้รบในตะวันออกกลางครั้งนี้สำเร็จลุล่วงและสัมฤทธิ์ผลโดยเร็วที่สุด